ตอบว่า เพื่อให้เข้าใจง่าย.

จริงอยู่ เวทนาที่ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุขนี้ใด ซึ่งตรัสไว้ในองค์แห่งฌานนี้ว่า ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สุข ดังนี้ เวทนานั้นสุขุมรู้ได้โดยยาก ใครๆ ไม่อาจเข้าใจได้โดยง่าย เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงนำเวทนาเหล่านี้ทั้งหมดมาอีกเพื่อให้กำหนดได้โดยง่าย เปรียบเหมือนนายโคบาลต้องการจับโคดุตัวหนึ่งที่ใครๆ ไม่อาจเพื่อจะเข้าไปจับโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง จึงต้อนโคทั้งหมดเข้าไปในคอกเดียวกัน ทีนั้น เขาจึงต้อนออกไปทีละตัว มันก็ออกมาโดยลำดับ จึงชี้ให้จับว่า โคตัวนี้ คือโคดุนั้น พวกท่านจงจับมันฉันใด ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน.

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงเวทนาเหล่านี้ที่ทรงประมวลมาด้วยอาการอย่างนี้แล้ว ใครๆ ก็อาจเพื่อให้บุคคลกำหนดเวทนานั้นได้ว่า สภาวะใดไม่ใช่สุข ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่โสมนัส ไม่ใช่โทมนัส สภาวะนี้เป็นอทุกขมสุขเวทนา ดังนี้.

อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเวทนาเหล่านั้น เพื่อทรงชี้ถึงปัจจัยเพื่อเจโตวิมุตติ (คือความหลุดพ้นแห่งใจ) ที่ไม่มีทุกข์และสุข เพราะว่า การละสุขและทุกข์เป็นต้นเป็นปัจจัยเพื่อเจโตวิมุตตินั้น เหมือนอย่างพระสารีบุตรเถระกล่าวไว้ว่า ๑-

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๗๗๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “จตุกกนัย”