ข้อนี้ สมดังคำที่ท่านกล่าวไว้ว่า

ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย เพราะธรรมชาติ คือเมตตาเจโตวิมุตตินี้ เป็นเครื่องสลัดออกซึ่งความพยาบาท ... ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย เพราะธรรมชาติ คือกรุณาเจโตวิมุตตินี้ เป็นเครื่องสลัดออกซึ่งความเบียดเบียน ... ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย เพราะธรรมชาติ คือมุทิตาเจโตวิมุตตินี้ เป็นเครื่องสลัดออกซึ่งอรติ ... ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย เพราะธรรมชาติ คืออุเบกขาเจโตวิมุตตินี้ เป็นเครื่องสลัดออกซึ่งราคะ ดังนี้.

ก็ในพรหมวิหารเหล่านี้มีธรรมที่เป็นข้าศึกอย่างละ ๒ โดยอำนาจแห่งความเป็นข้าศึกใกล้และไกล.

จริงอยู่ เมตตาพรหมวิหารมีราคะเป็นเหตุใกล้ เพราะเห็นว่าเป็นคุณเท่ากัน เหมือนศัตรูของบุรุษผู้เที่ยวไปใกล้กัน ราคะนั้นย่อมได้โอกาสได้ เพราะฉะนั้น พึงรักษาเมตตาให้ดีจากราคะนั้น พยาบาทเป็นข้าศึกไกล เพราะความเป็นสภาคะและวิสภาคะ เหมือนศัตรูของบุรุษซึ่งอาศัยอยู่ในที่รกชัฏมีภูเขาเป็นต้น เพราะฉะนั้น พระโยคาวจรพึงแผ่เมตตาออกไปโดยปราศจากความกลัวต่อพยาบาทนั้น ข้อที่ว่า บุคคลจักแผ่เมตตาและจักโกรธพร้อมกัน นั่นมิใช่เหตุที่มีได้.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๘๑๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “พรหมวิหารฌาน ๔”