ที่สุดแห่งวิญญาณนั้นไม่มี ด้วยสามารถที่พึงทำไว้ในใจว่า อนันตัง เพราะเหตุนั้น วิญญาณนั้นจึงชื่อว่าอนันตะ อนันตะนั่นแหละ ชื่อว่าอานัญจัง พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่ตรัสว่าวิญญาณอันไม่มีที่สุด ชื่อว่าวิญญาณานัญจะ แต่ตรัสว่า วิญญาณัญจะ ดังนี้ เพราะว่า ในคำว่า วิญญาณัญจะนี้ เป็นรุฬหีศัพท์ (ศัพท์ที่นิยมใช้กัน). วิญญาณัญจะนั้นแหละ ชื่อว่าอายตนะ เพราะอรรถว่าตั้งมั่นด้วยสัญญานี้ เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าวิญญาณัญจายตนะ ฌานที่สหรคตด้วยสัญญาที่เป็นไปในวิญญาณัญจายตนะนั้น เพราะเหตุนั้น ฌานนั้นจึงชื่อว่าวิญญาณัญจายตนสัญญาสหคตะ คำว่า วิญญาณัญจายตนสัญญาสหคตะ นี้เป็นชื่อของฌานซึ่งมีวิญญาณที่เป็นไปในอากาศเป็นอารมณ์. ในวิญญาณัญจายตนะนี้เป็นทุกขาปฏิปทา เพราะลำบากในความสิ้นไปแห่งนิกันติในอากาสานัญจายตนสมาบัติ เป็นทันธาภิญญา เพราะความชักช้าในการอบรมอัปปนาของผู้มีนิกันติให้สิ้นไป เป็นสุขาปฏิปทาและเป็นขิปปาภิญญาโดยปริยายตรงกันข้าม พึงทราบฌานนี้ว่าเป็นปริตตารมณ์ เพราะปรารภสมาบัติที่มีการเพิกกสิณเล็กน้อยเป็นอารมณ์เป็นไป พึงทราบว่าเป็นอัปปมาณารมณ์ โดยปริยายตรงกันข้าม คำที่เหลือเช่นเดียวกับคำก่อนนั่นแหละ.
พึงทราบวินิจฉัยในคำแม้นี้ว่า วิญฺญาณญฺจายตนํ สมติกฺกมา (เพราะก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนะ) ต่อไป.
วิญญาณัญจะ ชื่อว่าอายตนะ เพราะอรรถว่าเป็นที่ตั้งมั่นของฌานนั้นโดยนัยที่กล่าวไว้ในก่อนนั่นแหละ เพราะฉะนั้น แม้ฌานก็ชื่อว่าวิญญาณัญจายตนะ แม้อารมณ์ของฌานนั้นโดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละ ก็เรียกว่าวิญญาณัญจายตนะ พระโยคาวจรก้าวล่วงสิ่งทั้ง ๒ คือฌานนี้และอารมณ์นี้ด้วยประการฉะนี้ ด้วยการไม่ให้เป็นไป และด้วยไม่มนสิการ แล้วจึงเข้าถึงอากิญจัญญายตนะนี้อยู่ เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า ทรงรวมสิ่งทั้ง ๒ นี้ เข้าด้วยกันแล้วตรัสคำนี้ว่า เพราะก้าวล่วงวิญญาณัญจายตนะ ดังนี้.
พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า อากิญฺจฺายตนสญฺญาสหคตํ นี้ต่อไป.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที