ก็พึงทราบวินิจฉัยในคำนี้ว่า มคฺคงฺคํ (เป็นองค์แห่งมรรค) มคฺคปริยาปนฺนํ (นับเนื่องในมรรค) ในนิทเทสวารก่อน.

ธรรมที่ชื่อว่ามัคคังคะ เพราะอรรถว่าเป็นองค์แห่งมรรค. อธิบายว่า เป็นส่วนแห่งมรรค เหมือนอย่างว่า สิ่งที่นับเนื่องในป่า ชื่อว่าอรัญญปริยาปันนะ ฉันใด ธรรมที่นับเนื่องในมรรค ชื่อว่ามัคคปริยาปันนะ ฉันนั้น. อธิบายว่า อาศัยมรรค.

ในข้อว่า ปีติสัมโพชฌงค์ นี้ สัมโพชฌงค์คือปีตินั่นแหละ ชื่อว่าปีติสัมโพชฌงค์.

อีกอย่างหนึ่ง ในคำว่าปีติสัมโพชฌงค์เหล่านั้น ธรรมที่ชื่อว่าโพชฌงค์ เพราะอรรถว่าเป็นองค์แห่งธรรมสามัคคีเครื่องตรัสรู้ หรือของบุคคลผู้ตรัสรู้ คำนี้มีอธิบายว่า ธรรมสามัคคีนี้ ตรัสเรียกว่าโพธิ เพราะทำอธิบายว่า พระอริยสาวกย่อมตรัสรู้ด้วยธรรมสามัคคี กล่าวคือสติ ธรรมวิจยะ วิริยะ ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิและอุเบกขา อันเกิดขึ้นในขณะแห่งโลกุตรมรรค ซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่ออุปัทวะมิใช่น้อยมีความหดหู่ ถีนะ อุทธัจจะ ปติฏฐานคือกิเลสเป็นเครื่องยึดไว้ อายูหนะ คือกิเลสเป็นเครื่องประกอบไว้ กามสุขัลลิกานุโยค อัตตกิลมถานุโยค และอภินิเวสะ คือยึดมั่นในสัสสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิเป็นต้น.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๘๗๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “มรรคจิตดวงที่ ๑”