ก็กุศลอันเป็นไปในภูมิสามย่อมก่อจุติและปฏิสนธิทำให้เจริญในวัฏฏะ เพราะฉะนั้น กุศลนั้นจึงชื่อว่าอาจยคามี ฉันใด โลกุตรกุศลนี้เป็นเช่นนั้นหามิได้ ก็โลกุตรกุศลนี้ รื้ออยู่ทำลายอยู่ซึ่งจุติและปฏิสนธิ อันกุศลในภูมิสามสร้างไว้ โดยกระทำให้ขาดแคลนซึ่งปัจจัยไป เปรียบเหมือนเมื่อบุรุษคนหนึ่งสร้างกำแพงสูง ๑๘ ศอก แต่อีกคนหนึ่งเอาค้อนใหญ่รื้ออยู่ ทำให้กระจัดกระจายอยู่ซึ่งที่อันบุรุษนั้นก่อแล้วๆ พึงไป ฉะนั้น เพราะเหตุนั้น โลกุตรฌานนั้นจึงชื่อว่าอปจยคามี (นำไปสู่พระนิพพาน).

ในบทว่า ทิฏฐิคตานํ ปหานาย (เพื่อละทิฏฐิ) นี้ ทิฏฐิทั้งหลายนั่นเอง ชื่อว่าทิฏฐิคตะ เหมือนคำเป็นต้นว่า คูถคตํ (คูถ) มุตฺตคตํ (มูตร).

อีกอย่างหนึ่ง ที่ชื่อว่าทิฏฐิคตะ แม้เพราะอรรถว่าไปแล้วในทิฏฐิทั้งหลาย เพราะหยั่งลงในภายในแห่งทิฏฐิ ๖๒.

อีกอย่างหนึ่ง ธรรมชาติที่ชื่อว่าทิฏฐิคตะ แม้เพราะอรรถว่ามีทิฏฐิเป็นไป. อธิบายว่า สภาวะที่มีการไปเช่นเดียวกับทิฏฐิ คือสภาวะที่เป็นไปทั่วเช่นกับทิฏฐิ.

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๙๖๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อธิบดี”