@๓ สี. ขาริภารํ. เอวมุปริปิ ๔ ฉ.ม. ธีรปุริเสหิ ๕ ม. พิรล... อุตุํ คาหาเปตฺวา พลวปจฺจูสสมเย ปพุชฺฌิตฺวา อตฺตโน อาคมนํ อาวชฺเชสิ "โสหํ ฆราวาเส อาทีนวํ ทิสฺวา อมิตโภคํ อนนฺตยสํ ปหาย อรญฺญํ ปวิสิตฺวา เนกฺขมฺมคเวสโก ๑- หุตฺวา ปพฺพชิโต, อิโต ปฏฺฐาย ปมาทจารํ จริตุํ น วฏฺฏติ, ปวิเวกํ หิ ปหาย วิจรนฺตํ มิจฺฉาวิตกฺกมกฺขิกา ขาทนฺติ, อิทานิ มยา ปวิเวกมนุพฺรูหิตุํ วฏฺฏติ, อหํ หิ ฆราวาสปลิโพธํ ๒- ทิสฺวา นิกฺขนฺโต, อยญฺจ มนาปา ปณฺณสาลา, เพลุวปกฺกวณฺณา ปริภณฺฑกตา ภูมิ, รชตวณฺณา เสตภิตฺติโย, กโปตปาทวณฺณํ ปณฺณจฺฉทนํ, วิจิตฺตตฺถรณวณฺโณ วิทลมญฺจโก, นิวาสผาสุกํ วสนฏฺฐานํ, น อิโต อติเรกตรา วิย เม เคหสมฺปทา ปญฺญายตี"ติ ปณฺณสาลาย โทเส วิจินนฺโต อฏฺฐ โทเส ปสฺสิ. ปณฺณสาลาปริโภคสฺมึ หิ อฏฺฐ อาทีนวา:- มหาสมารมฺเภน ๓- ทพฺพสมฺภาเร สโมธาเนตฺวา กรณปริเยสนภาโว เอโก อาทีนโว, ติณปณฺณมตฺติกาสุ ปติตาสุ ตาสํ ปุนปฺปุนํ ฐเปตพฺพตาย นิพทฺธํ ปฏิชคฺคนภาโว ทุติโย, เสนาสนํ นาม มหลฺลกสฺส ปาปุณาติ, อเวลาย วุฏฺฐาปิยมานสฺส จิตฺเตกคฺคตา น โหตีติ อุฏฺฐาปนียภาโว ตติโย, สีตุณฺหปฏิฆาเตน กายสฺส สุขุมาลกรณภาโว จตุตฺโถ, เคหํ ปวิฏฺเฐน ยงฺกิญฺจิ ปาปํ กาตุํ สกฺกาติ ครหปฏิจฺฉาทนภาโว ปญฺจโม, "มยฺหํ เคหนฺ"ติ ปริคฺคหกรณภาโว ฉฏฺโฐ, เคหสฺส อตฺถิภาโว นาเมส ทุติยิกวาโส วิยาติ สตฺตโม, โอกามงฺกุณฆรโคลิกาทีนํ ๔- สาธารณตาย พหุสาธารณภาโว อฏฺฐโมติ อิเม อฏฺฐ อาทีนเว ทิสฺวา มหาสตฺโต ปณฺณสาลํ ปชหิ. เตนาห "อฏฺฐโทสสมากิณฺณํ, ปชหึ ปณฺณสาลกนฺ"ติ.
อุปาคมึ รุกฺขมูลํ, คุเณหิ ทสหุปาคตนฺติ ฉนฺนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ทสหิ คุเณหิ อุเปตํ รุกฺขมูลํ อุปาคโตสฺมีติ วทติ.
ตตฺริเม ทส คุณา:- อปฺปสารมฺภตา ๕- เอโก คุโณ, อุปคมนมตฺตเมว หิ ตตฺถ โหตีติ. อปฺปฏิชคฺคนตา ทุติโย, ตํ หิ สมฺมฏฺฐมฺปิ อสมฺมฏฺฐมฺปิ ปริโภคผาสุกํ โหติเยว. อนุฏฺฐาปนียภาโว ตติโย, ครหํ น ปฏิจฺฉาเทติ, ตตฺถ หิ ปาปํ กโรนฺโต