ตตฺถ มโนทฺวาเร อุปฺปชฺชมานํ รูปารมฺมณํ ชวนํ ทานมยํ สีลมยํ ภาวนามยนฺติ ติวิธํ โหติ. เตสุ เอเกกํ กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมนฺติ ติวิธเมว โหติ. สทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพธมฺมารมฺมเณสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺถ รูปํ ตาว อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชมานํ เอตํ มหากุสลจิตฺตํ นีลปีตโลหิตโอทาตวณฺเณสุ ปุปฺผวตฺถุธาตูสุ ๓- อญฺญตรํ สุภนิมิตฺตสงฺขาตํ อิฏฺฐํ กนฺตํ มนาปํ รชนียํ ๔- วณฺณํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ. นนุ เจตํ อิฏฺฐารมฺมณํ โลภสฺส วตฺถุ, กถํ เอตํ จิตฺตํ กุสลํ นาม ชาตนฺติ? นิยมิตวเสน, ปริณามิตวเสน, สมุทาจารวเสน, อาภุชิตวเสนาติ. ยสฺส หิ "กุสลเมว มยา กตฺตพฺพนฺ"ติ กุสลกรเณ
อารมฺมณวเสน ปเนตฺถ โสมนสฺสสหคตภาโว เวทิตพฺโพ. อิฏฺฐารมฺมณสฺมึ หิ อุปฺปนฺนตฺตา เอตํ โสมนสฺสสหคตํ ชาตํ, สทฺธาพหุลตาทีนิ เจตฺถ การณานิเยว. อสฺสทฺธานํ หิ มิจฺฉาทิฏฺฐิกานญฺจ ๒- เอกนฺตํ อิฏฺฐารมฺมณภูตํ ตถาคตรูปมฺปิ ทิสฺวา โสมนสฺสํ นุปฺปชฺชติ. เย จ กุสลุปฺปตฺติยํ ๓- อานิสํสํ น ปสฺสนฺติ, เตสํ ปเรหิ อุสฺสาหิตานํ กุสลํ กโรนฺตานมฺปิ โสมนสฺสํ นุปฺปชฺชติ. ตสฺมา สทฺธาพหุลตา วิสุทฺธทิฏฺฐิตา อานิสํสทสฺสาวิตาติ เอวมฺเปตฺถ โสมนสฺสสหคตภาโว เวทิตพฺโพ. อปิจ เอกาทสธมฺมา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ พุทฺธานุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ สํฆานุสฺสติ สีลานุสฺสติ จาคานุสฺสติ เทวตานุสฺสติ อุปสมานุสฺสติ ลูขปุคฺคลปริวชฺชนตา สินิทฺธปุคฺคลเสวนตา ปสาทนียสุตฺตนฺตปจฺจเวกฺขณตา ตทธิมุตฺตตาติ อิเมหิปิ การเณเหตฺถ โสมนสฺสสหคตภาโว เวทิตพฺโพ. อิเมสํ ปน วิตฺถาโร โพชฺฌงฺควิภงฺเค อาวีภวิสฺสติ.