ยถา หิ อรญฺเญ นิทาฆสมเย อุทกฏฺฐาเน มนุสฺสา "อิมาย สญฺญาย อิธ อุทกสฺส อตฺถิภาวํ ชานิสฺสนฺตี"ติ รุกฺขคฺเค ตาลปณฺณาทีนิ พนฺธาเปนฺติ, สุราปานทฺวาเร ธชํ อุสฺสาเปนฺติ, อุจฺจํ วา ปน รุกฺขํ วาโต ปหริตฺวา จาเลติ, อนฺโตอุทเก มจฺเฉว จลนฺเต อุปริ ปุพฺพุฬกานิ อุฏฺฐหนฺติ, มโหฆสฺส คตมคฺคปริยนฺเต ติณปณฺณกสฏํ ๒- อุสฺสาทิตํ ๓- โหติ. ตตฺถ ตาลปณฺณธชสาขาจลนปุพฺพุฬกติณปณฺณกสเฏ ทิสฺวา ยถา จกฺขุนา อทิฏฺฐมฺปิ "เอตฺถ อุทกํ ภวิสฺสติ, สุรา ภวิสฺสติ, อยํ รุกฺโข วาเตน ปหโต ภวิสฺสติ, อนฺโตอุทเก มจฺโฉ ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ ฐานํ อชฺโฌตฺถริตฺวา โอโฆ คโต ภวิสฺสตี"ติ มโนวิญฺญาเณน ชานาติ, เอวเมว วิญฺญตฺติปิ น จกฺขุวิญฺเญยฺยา, มโนวิญฺเญยฺยาว. จกฺขุนา หิ หตฺถวิการาทิวเสน วิปฺผนฺทมานํ วณฺณารมฺมณเมว ปสฺสติ, วิญฺญตฺตึ ปน มโนทฺวาริกจิตฺเตน จินฺเตตฺวา "อิทญฺจิทญฺจ เอส กาเรติ มญฺเญ"ติ ชานาติ.
น เกวลญฺเจสา วิญฺญาปนโตว วิญฺญตฺติ นาม, วิญฺเญยฺยโตปิ ปน วิญฺญตฺติเยว นาม. อยญฺหิ ปเรสํ อนฺตมโส ติรจฺฉานคตานมฺปิ ปากฏา โหติ, ตตฺถ ตตฺถ
จิตฺตสมุฏฺฐานิกกาเย จลนฺเต ติสมุฏฺฐานิโก จลติ น จลตีติ. โสปิ ตเถว จลติ, ตํคติโก ตทนุวตฺติโกว โหติ. ยถา หิ อุทเก คจฺฉนฺเต อุทเก ปติตานิ สุกฺขทณฺฑกติณปณฺณาทีนิปิ อุทกคติกาเนว ภวนฺติ, ตสฺมึ คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺติ, ติฏฺฐนฺเต ติฏฺฐนฺติ. เอวํ สมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. เอวเมสาปิ จิตฺตสมุฏฺฐาเนสุ รูเปสุ วิญฺญตฺติ กายกมฺมทฺวารํ นามาติ เวทิตพฺพา.