สทฺทหนฺติ เอตาย, สยํ วา สทฺทหติ, สทฺทหนมตฺตเมว วา เอสาติ สทฺธา, สาว อสฺสทฺธิยสฺส อภิภวนโต อธิปติยฏฺเฐน อินฺทฺริยํ, อธิโมกฺขลกฺขเณ วา อินฺทตฺตํ ๒- กาเรตีติ อินฺทฺริยํ, สทฺธาเอว อินฺทฺริยํ สทฺธินฺทฺริยํ. สา ปเนสา สมฺปสาทนลกฺขณา จ สทฺธา ปกฺขนฺทนลกฺขณา ๓- จ.
ยถา หิ รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส อุทกปฺปสาทโก มณิ อุทเก ปกฺขิตฺโต ปงฺกเสวาลปณกกทฺทมํ สนฺนิสีทาเปติ, อุทกํ อจฺฉํ กโรติ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ, เอวเมว สทฺธา อุปฺปชฺชมานา นีวรเณ วิกฺขมฺเภติ, กิเลเส สนฺนิสีทาเปติ, จิตฺตํ ปสาเทติ, อนาวิลํ กโรติ, ปสนฺเนน จิตฺเตน โยคาวจโร กุลปุตฺโต ทานํ เทติ, สีลํ สมาทิยติ, อุโปสถกมฺมํ กโรติ, ภาวนํ อารภติ. เอวํ ตาว สทฺธา สมฺปสาทนลกฺขณาติ เวทิตพฺพา. เตนาห อายสฺมา นาคเสโน:-
ยถา มหาราช ราชา จกฺกวตฺตี จตุรงฺคินิยา เสนาย สทฺธึ อทฺธานมคฺคปฺ- ปฏิปนฺโน ปริตฺตํ อุทกํ ตเรยฺย, ตํ อุทกํ หตฺถีหิ จ อสฺเสหิ จ รเถหิ จ ปตฺตีหิ จ ขุภิตํ ๔- ภเวยฺย อาวิลํ ลุฬิตํ กลลีภูตํ. อุตฺติณฺโณ จ ราชา จกฺกวตฺตี มนุสฺเส อาณาเปยฺย "ปานียํ ภเณ อาหรถ, ตํ ปิวิสฺสามี"ติ. รญฺโญ จ อุทกปฺปสาทโก มณิ ภเวยฺย. "เอวํ เทวา"ติ โข เต มนุสฺสา รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปฏิสุณิตฺวา ตํ อุทกปฺปสาทกมณึ อุทเก ปกฺขิเปยฺยุํ. ๕- สหสา อุทเก อุทเก ปกฺขิตฺตมตฺเตน ปงฺกเสวาลปณกกทฺทโม จ สนฺนิสีเทยฺย, ๕- อจฺฉํ ภเวยฺย อุทกํ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ, ตโต รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปานียํ อุปนาเมยฺยุํ "ปิวตุ เทโว ปานียนฺ"ติ.