ยทิ หิ โคตฺรภู อนุโลเมน คหิตารมฺมณํ คเณฺหยฺย, ปุน อนุโลมํ ตํ อนุพนฺเธยฺยาติ มคฺควุฏฺฐานเมว น ภเวยฺย. โคตฺรภุญาณํ ปน อนุโลมสฺส อารมฺมณํ อคฺคเหตฺวา ตํ อปจฺฉโตปวตฺติยํ ๑- กตฺวา สยํ อนาวชฺชนมฺปิ สมานํ อาวชฺชนฏฺฐาเน ฐตฺวา "เอวํ นิพฺพตฺตาหี"ติ ตสฺส มคฺคสฺส สญฺญํ ทตฺวา วิย นิรุชฺฌติ, มคฺโคปิ เตน ทินฺนสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว อวีจิสนฺตติวเสน ตํ ญาณํ อนุปฺปพนฺธมาโน ๒- อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปทาลิตปุพฺพํ โลภกฺขนฺธํ โทสกฺขนฺธํ โมหกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌมาโน จ ปทาลยมาโน จ ๓- นิพฺพตฺตติ.
ตตฺรายํ อุปมา:- เอโก กิร อิสฺสาโส ธนุสตมตฺถเก ผลกสตํ ฐปาเปตฺวา วตฺเถน มุขํ เวเฐตฺวาสรํ สนฺนยฺหิตฺวา จกฺกยนฺเต อฏฺฐาสิ. อญฺโญ ปุริโส จกฺกยนฺตํ อาวิชฺฌิตฺวา ๔- ยทา อิสฺสาสสฺส ผลกสตํ อภิมุขํ โหติ, ตทา ตตฺถ ทณฺฑเกน สญฺญํ เทติ. อิสฺสาโส ทณฺฑกสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว สรํ ขิปิตฺวา ผลกสตํ นิวิชฺฌติ. ๕- ตตฺถ ทณฺฑกสญฺญา วิย โคตฺรภุญาณํ, อิสฺสาโส วิย มคฺคญาณํ, อิสฺสาสสฺส ทณฺฑกสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว ผลกสตนิวิชฺฌนํ ๖- วิย, มคฺคญาณสฺส โคตฺรภุญาเณน ทินฺนสญฺญํ อมุญฺจิตฺวาว นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวาว อนิพฺพิทฺธปุพฺพานํ อปทาลิตปุพฺพานํ โลภกฺขนฺธาทีนํ นิพฺพิชฺฌนปทาลนํ. ภูมิลทฺธวฏฺฏเสตุสมุคฺฆาตกรณนฺติปิ เอตเทว. มคฺคสฺส หิ เอกเมว กิจฺจํ อนุสยปฺปชหนํ. อิติ โส อนุสเย ปชหนฺโต นิมิตฺตา วุฏฺฐาติ นาม, ปวตฺตํ ฉินฺทติ นาม. นิมิตฺตนฺติ รูปเวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณนิมิตฺตํ. ปวตฺตนฺติ ๗- รูปเวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณปฺปวตฺตเมว. ตํ ทุวิธํ โหติ อุปาทินฺนกํ อนุปาทินฺนกนฺติ. เตสุ มคฺคสฺส อนุปาทินฺนกโต วุฏฺฐานจฺฉายา ทิสฺสตีติ วตฺวา "อนุปาทินฺนกโต วุฏฺฐาตี"ติ วทึสุ.
@๓ ฉ.ม. นิพฺพิชฺฌมาโนว ปทาลยมาโนว ๔ ฉ.ม. อาวิญฺฉิตฺวา