[๓๘๗-๓๘๘] อหิริกาโนตฺตปฺปนิทฺเทเสสุ หิโรตฺตปฺปนิทฺเทสวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สหชาตธมฺเมสุ ปน อกมฺปนฏฺเฐเนว อหิริกพลํ อโนตฺตปฺปพลญฺจ เวทิตพฺพํ.
[๓๘๙] โลภโมหนิทฺเทเสสุ ลุพฺภตีติ โลโภ. ลุพฺภนาติ ลุพฺภนากาโร, โลภสมฺปยุตฺตํ จิตฺตํ, ปุคฺคโล วา ลุพฺภิโต, ลุพฺภิตสฺส ภาโว ลุพฺภิตตฺตํ. สารชฺชตีติ สาราโค. สารชฺชนากาโร สารชฺชนา. สารชฺชิตสฺส ภาโว สารชฺชิตตฺตํ. อภิชฌายนฏฺเฐน อภิชฺฌา. ปุน โลภวจเนน การณํ วุตฺตเมว. อกุสลญฺจ ตํ มูลญฺจ, อกุสลานํ วา มูลนฺติ อกุสลมูลํ.
[๓๙๐] ญาณทสฺสนปฏิปกฺขโต อญฺญาณํ อทสฺสนํ. อภิมุโข หุตฺวา ธมฺเมน ๑- น สเมติ น สมฺมา คจฺฉตีติ ๒- อนภิสมโย. อนุรูปโต ธมฺเม พุชฺฌตีติ อนุโพโธ, ตปฺปฏิปกฺขตาย อนนุโพโธ. อนิจฺจาทีหิ สทฺธึ โยเชตฺวา น พุชฺฌตี อสมฺโพโธ. อสนฺตํ อสมญฺจ พุชฺฌตีติปิ อสมฺโพโธ. จตุสจฺจธมฺมํ นปฺปฏิวิชฺฌตีติ อปฺปฏิเวโธ. รูปาทีสุ เอกธมฺมมฺปิ อนิจฺจาทิสามญฺญโต น สงฺคณฺหาตีติ อสงฺคาหนา. ตเมว ธมฺมํ น ปริโยคาหตีติ อปริโยคาหนา. น สมํ เปกฺขตีติ อสมเปกฺขนา. ธมฺมานํ สภาวํ ปติ น เปกฺขตีติ ๓- อปจฺจเวกฺขณา.
กุสลากุสลกมฺเมสุ วิปรีตวุตฺติยา สภาวโต คหณาภาเวน ๔- วา เอกมฺปิ กมฺมํ เอตสฺส ปจฺจกฺขํ นตฺถิ, สยํ วา กสฺสจิ กมฺมสฺส ปจฺจกฺขกรณํ นาม น โหตีติ อปจฺจกฺขกมฺมํ. ยํ เอตสฺมึ อนุปฺปชฺชมาเน จิตฺตสนฺตานํ เมชฺฌํ ภเวยฺย สุจิ โวทานํ, ตํ ทุฏฺฐํ เมชฺฌํ อิมินาติ ทุมฺเมชฺฌํ. ๕- พาลานํ ภาโวติ พาลฺยํ. มุยฺหตีติ โมโห. พลวตโร โมโห ปโมโห. สมนฺตโต มุยฺหตีติ สมฺโมโห. วิชฺชาย ปฏิปกฺขภาวโต น วิชฺชาติ อวิชฺชา. โอฆโยคคนฺถตฺโถ ๖- วุตฺโตเยว. ถามคตฏฺเฐน อนุเสตีติ อนุสโย. จิตฺตํ ปริยุฏฺฐาติ อภิภวตีติ