@๓ ปาลิ. ปรมสจฺจํ, ม.ม. ๑๓/๑๘๓/๑๕๘, องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๑๑๓/๑๓๒
@๔ ที.ม. ๑๐/๑๔๖/๗๕, สํ.ม. ๑๙/๒๓๓/๙๖ ๕ องฺ.จตุกฺก. ๒๑/๕๐/๖๐
อปรมฺปิ วุตฺตํ "ฉ โขเม คหปติปุตฺต อาทีนวา สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานานุโยเค สนฺทิฏฺฐิกา ธนหานิ, ๑- กลหปฺปวฑฺฒนี, โรคานํ อายตนํ, อกิตฺติสญฺชนนี, หิริโกปินนิทฺทํสนี, ๒- ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณีเตฺวว ฉฏฺฐํ ปทํ ภวตี"ติ. ๓- ปจฺจกฺขโตปิ เจตํ สิทฺธเมว, ยสฺมา ๔- มชฺเช อุทรคเต จิตฺตํ สงฺกิลิสฺสติ, ปญฺญา ทุพฺพลา โหติ. ตสฺมา มชฺชํ วิย มิทฺธมฺปิ จิตฺตสงฺกิเลโส เจว ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณญฺจ สิยาติ? น ปจฺจยนิทฺเทสโต. ยทิ หิ มชฺชํ สงฺกิเลโส ภเวยฺย, "โส อิเม ปญฺจ นีวรเณ ปหาย เจตโส อุปกฺกิเลเส"ติ ๕- วา, "เอวเมว โข ภิกฺขเว ปญฺจิเม จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสา, เยหิ อุปกฺกิเลเสหิ อุปกฺกิลิฏฺฐํ จิตฺตํ น เจว มุทุ โหติ, น จ กมฺมนิยํ, น จ ปภสฺสรํ, น จ ปภงฺคุ, น จ สมฺมา สมาธิยติ อาสวานํ ขยาย. กตเม ปญฺจ? กามจฺฉนฺโท ภิกฺขเว จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส"ติ ๖- วา, "กตเม จ ภิกฺขเว จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลสา? อภิชฺฌาวิสมโลโภ จิตฺตสฺส อุปกฺกิเลโส"ติ ๗- วา เอวมาทีสุ อุปกฺกิเลสนิทฺเทเสสุ นิทฺเทสํ อาคจฺเฉยฺย. ยสฺมา ปน ตสฺมึ ปีเต กิเลสา ๘- อุปฺปชฺชนฺติ, เย จิตฺตสงฺกิเลสา เจว ปญฺญาย จ ทุพฺพลีกรณา โหนฺติ, ตสฺมา ตํ เตสํ ปจฺจยตฺตา ปจฺจยนิทฺเทสโต เอวํ วุตฺตํ. มิทฺธํ ปน สยเมว จิตฺตสงฺกิเลโส เจว ปญฺญาย ทุพฺพลีกรณญฺจาติ อรูปเมว มิทฺธํ.
กิญฺจิ ๙- ภิยฺโย:- สมฺปโยควจนโต. "ถีนมิทฺธนีวรณํ อวิชฺชานีวรเณน นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺตญฺจา"ติ ๑๐- หิ วุตฺตํ. ตสฺมา สมฺปโยควจนโต นยิทํ รูปํ. น หิ รูปํ สมฺปยุตฺตสงฺขฺยํ ลภตีติ. อถาปิ สิยา "ยถาลาภวเสเนตํ วุตฺตํ. ยถา หิ `สิปฺปิกสมฺพุกมฺปิ สกฺขรกถลมฺปิ มจฺฉคุมฺพมฺปิ จรนฺตมฺปิ ติฏฺฐนฺตมฺปี'ติ ๑๑- เอวํ เอกโต กตฺวา ยถาลาภวเสน วุตฺตํ, สกฺขรกถลํ หิ ติฏฺฐติเยว น จรติ, อิตรทฺวยํ ติฏฺฐติปิ จรติปิ. เอวํ อิธาปิ มิทฺธํ นีวรณเมว, น สมฺปยุตฺตํ. ถีนํ นีวรณมฺปิ