[๖๕๕] รูปที่เห็นได้ คือ รูปายตนะ รูปที่ฟังได้ คือ สัททายตนะ รูปที่รู้ได้ คือ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ รูปที่รู้แจ้งได้ด้วยใจ คือ รูปทั้งหมด. สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๔ อย่างนี้. จตุกกนิทเทศ จบ ------------- ปัญจกนิทเทศ

[๖๕๖] รูปที่เรียกว่า ปฐวีธาตุ นั้น เป็นไฉน? ธรรมชาติที่แข็ง ธรรมชาติที่กระด้าง ความแข็ง ภาวะที่แข็ง เป็นภายใน หรือภายนอก ก็ตาม เป็นอุปาทินนะหรืออนุปาทินนะก็ตาม อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า ปฐวีธาตุ. รูปที่เรียกว่า อาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน? ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียว ธรรมชาติเครื่อง เกาะกุมรูป เป็นภายในหรือภายนอกก็ตาม เป็นอุปาทินนะหรืออนุปาทินนะก็ตาม อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า อาโปธาตุ รูปที่เรียกว่า เตโชธาตุ นั้น เป็นไฉน? ความร้อน ธรรมชาติที่ร้อน ความอุ่น ธรรมชาติที่อุ่น ความอบอุ่น ธรรมชาติที่อบอุ่น เป็นภายในหรือภายนอกก็ตาม เป็นอุปาทินนะหรืออนุปาทินนะก็ตาม อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า เตโชธาตุ. รูปที่เรียกว่า วาโยธาตุ นั้น เป็นไฉน? ความพัดไปมา ธรรมชาติที่พัดไปมา ธรรมชาติเครื่องค้ำจุนรูป เป็นภายในหรือภายนอก ก็ตาม เป็นอุปาทินนะหรืออนุปาทินนะก็ตาม อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า วาโยธาตุ. รูปที่เป็น อุปาทา นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปที่เป็นอุปาทา. สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๕ อย่างนี้ ปัญจกนิทเทศ จบ ------------------------- ฉักกนิทเทศ

[๖๕๗] รูปอันจักขุวิญญาณพึงรู้ คือ รูปายตนะ รูปอันโสตวิญญาณพึงรู้ คือ สัททายตนะ รูปอันฆานวิญญาณพึงรู้ คือ คันธายตนะ รูปอันชิวหาวิญญาณพึงรู้ คือ รสายตนะ รูปอันกายวิญญาณพึงรู้ คือ โผฏฐัพพายตนะ รูปอันมโนวิญญาณพึงรู้ คือ รูปทั้งหมด สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๖ อย่างนี้. ฉักกนิทเทศ จบ ------------------------ สัตตกนิทเทศ

เล่มที่ ๓๔ ธัมมสังคณี๒๑๗

ที่มาและฉบับอื่นของ “จตุกกนิทเทศ