พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสประโยชน์ในการทรงผ้าไว้มีประการต่างๆ โดยนัยเป็นต้นว่า การได้อามิสของภิกษุผู้นุ่งห่มแล้วเที่ยวไปเพื่อบิณฑะ เพื่อป้องกันความหนาวเป็นต้นอย่างนี้ ชื่อว่าประโยชน์ และพึงทราบว่า เป็นสาตถกสัปชัญญะด้วยสามารถแห่งประโยชน์นั้น.
อนึ่ง จีวรเนื้อละเอียดเป็นสัปปายะแก่ภิกษุผู้มีปกติร้อน มีกำลังทราม. จีวรเนื้อหนาผ้าสองชั้นเป็นสัปปายะแก่ผู้มีปกติหนาว. นอกนี้เป็นอสัปปายะ. ผู้มีจีวรเก่าคร่ำคร่า ก็เป็นอสัปปายะเช่นกัน. เพราะว่า จีวรเก่าผืนนั้นย่อมกระทำปลิโพธิให้แก่เธอโดยต้องดามไว้เป็นต้น. โดยทำนองเดียวกัน จีวรอันเป็นที่ยินดีพอใจของโจรทั้งหลายมีผ้าทุกูล (ผ้าชนิดดี) ซึ่งทำด้วยไหมและขนสัตว์เป็นต้น ก็เป็นอสัปปายะ.
จริงอยู่ ผ้าเช่นนั้นย่อมกระทำอันตรายแก่ภิกษุผู้นุ่งห่มคนเดียวอยู่ในป่าหรือย่อมทำอันตรายต่อชีวิตของเธอก็ได้. อนึ่ง เมื่อว่าโดยนิปปริยายแล้ว จีวรใดเกิดขึ้นด้วยสามารถแห่งมิจฉาชีวะมีการทายนิมิตเป็นต้น และจีวรใด เมื่อเธอเสพอยู่ อกุศลธรรมทั้งหลายย่อมเจริญ กุศลธรรมทั้งหลายย่อมเสื่อมไป จีวรนั้นๆ เป็นอสัปปายะ. นอกจากนี้เป็นสัปปายะ.
ในข้อว่า สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ นี้ ชื่อว่า เป็นสัปปายสัมปชัญญะด้วยสามารถแห่งการทรงผ้าสังฆาฏิและจีวรอันเป็นสัปปายะนั้น. ทั้งโคจรสัมปชัญญะ ก็พึงทราบว่าไม่เว้นจากกรรมฐานเหมือนกัน คือ
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที