ขึ้นชื่อว่า ตัวตน (อัตตา) อะไรในภายใน ถืออยู่ซึ่งบาตร หามีไม่. ด้วยว่า การถือบาตรย่อมมีได้ด้วยสามารถแห่งการแผ่ไปแห่งวาโยธาตุ อันเป็นการกระทำของจิตมีประการตามที่กล่าวแล้วนั่นแหละ.
ในฐานะเช่นนี้ แม้บาตรก็ไม่มีเจตนา แม้มือก็ไม่มีเจตนา. บาตรย่อมไม่รู้ว่า เราถูกมือถือเอาไว้แล้ว แม้มือเล่า ก็ย่อมไม่รู้ว่า บาตรอันเราถือไว้แล้ว ดังนี้ (เมื่อมีผู้ถามแทรกมาว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ใครเล่าเป็นผู้ถือและถืออะไร) ก็ธาตุทั้งหลายนั่นแหละ ย่อมถือหมู่ธาตุด้วยกัน ดุจการใช้คีมเหล็ก คีบบาตรที่ลนไฟ. พึงทราบอสัมโมหสัมปชัญญะ ในข้อว่า การทรงบาตร นี้ ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาความเป็นไปดังพรรณนามาฉะนี้.
อีกอย่างหนึ่ง บุรุษผู้เปี่ยมด้วยความกรุณา เห็นคนอนาถามีมือและเท้าอันขาดแล้ว มีน้ำเลือดน้ำหนองไหลออกมากับหมู่หนอน ที่ศาลาคนอนาถาอันเกลื่อนกล่นแล้วด้วยแมลงวันหัวเขียว จึงน้อมไป (ส่ง) ซึ่งวัตถุทั้งหลายมีผ้าสำหรับพันแผลและยาสำหรับรักษา ด้วยกระเบื้อง (ภาชนะใส่ของ) เพื่อชนอนาถาเหล่านั้น. ในสิ่งของเหล่านั้น บางคนย่อมได้ผ้าพันแผลเนื้อละเอียด บางคนได้เนื้อหยาบ แม้กระเบื้องใส่เภสัชก็เหมือนกัน บางคนได้ของดี บางคนได้ของเลว เขาเหล่านั้นย่อมไม่ดีใจ ไม่เสียใจ ด้วยว่า ความต้องการของเขาด้วยผ้าเพียงปกปิดแผลเท่านั้น และด้วยกระเบื้องก็เพียงเป็นเครื่องรองรับเภสัชนั่นแหละฉันใด ข้อนี้ก็ฉันนั้นนั่นแหละ ภิกษุใดย่อมกำหนด (พิจารณา) จีวรดุจผ้าพันแผล และกำหนดพิจารณาบาตรดุจกระเบื้องเพื่อใส่เภสัช และกำหนดพิจารณาภิกษาอันได้แล้วในบาตรดุจเภสัชในกระเบื้อง. ภิกษุนี้ บัณฑิตพึงทราบว่า เป็นผู้มีปกติทำสัมปชัญญะอันอุดมด้วยอสัมโมหสัมปชัญญะในการทรงผ้าสังฆาฏิ บาตรและจีวรแล.
พึงทราบวินิจฉัย ในคำว่า อสิเต เป็นอาทิ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที