คำว่า ภาสิเต แปลว่า ในการพูด. ในข้อนี้ เมื่ออุปาทายรูป คือสัททายตนะ ไม่มีอยู่ ชื่อว่าการพูดยังไม่มี ภิกษุกำหนดสัททายตนะซึ่งเป็นไปอยู่ ชื่อว่ามีปกติทำสัมปชัญญะในการพูด. ภิกษุแสดงธรรมโดยวิมุตตายตนสีสะอยู่ก็ดี กล่าวกถาอันอาศัยเรื่องกถาวัตถุ ๑๐ อย่าง เพื่อละติรัจฉานกถา ๓๒ อย่างก็ดี ชื่อว่ามีปกติทำสัมปชัญญะในการพูด.
คำว่า ตุณฺหีภาเว ได้แก่ การนิ่ง การไม่พูด. ในข้อนี้ เมื่ออุปาทายรูป คือสัททายตนะยังเป็นไปอยู่ ชื่อว่าความเป็นผู้นิ่งก็มิได้มี. ภิกษุไม่กำหนดความเป็นไปแห่งสัททายตนะนั้น ชื่อว่ามีปกติทำสัมปชัญญะในความเป็นผู้นิ่ง. ในบรรดาอารมณ์กรรมฐาน ๓๘ ประการนั้น (เว้นอากาศและอาโลกกสิณ) ภิกษุถือเอากรรมฐานตามความพอใจ นั่งอยู่ก็ดี เข้าทุติยฌานก็ดี ชื่อว่า เป็นผู้มีปกติทำสัมปชัญญะในความเป็นผู้นิ่ง.
อนึ่ง ในนิทเทสแห่งฌานวิภังค์นี้ อิริยาบถหนึ่งมาแล้วในฐานทั้งสอง (ท่านแสดงไว้ ๒ อย่าง) คือ
ในข้อว่า อภิกฺกนฺเต (การก้าวไปข้างหน้า) ปฏิกฺกนฺเต (การถอยกลับมาข้างหลัง) ที่กล่าวไว้ก่อนนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า ท่านกล่าวหมายเอาภิกษุผู้เดินทางไปสู่บ้านเพื่อภิกขาจาร และทั้งการเดินกลับมาด้วยสามารถแห่งการเดินทางไกล. ส่วนในข้อว่า คเต (ในการเดิน) ฐิเต (ในการยืน) นิสินฺเน (ในการนั่ง) พึงทราบว่า ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งอิริยาบถ ๔ คือ ในการก้าวเท้าไปเล็กๆ น้อยๆ ในวิหาร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที