แม้ในคำว่า โมเจติ (แปลว่า ให้พ้น) เป็นต้นก็นัยนี้เหมือนกัน. บัณฑิตพึงทราบเนื้อความโดยนัยนี้แหละ แม้แห่งคำทั้งหลายมีคำว่า พยาปาทปโทสํ ปหาย (แปลว่า ละพยาบาทและประทุษร้าย) เป็นต้น.

จิตย่อมพยาบาท ย่อมละปกติภาวะด้วยธรรมชาตินี้ เช่นกับขนมกุมมาสบูดเป็นต้น เหตุนั้นธรรมชาตินี้จึงชื่อว่าพยาปาทะ.

จิตใดย่อมทำลาย หรือย่อมทำให้เสียหาย หรือย่อมพินาศไป เพราะถึงการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น จิตนั้นจึงชื่อว่าปโทสะ (คือประทุษร้าย).

คำทั้งสองนี้ เป็นชื่อของความโกรธโดยแท้. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า โย พยาปาโท โส ปโทโส โย ปโทโส โส พยาปาโท (แปลว่า ความพยาบาทอันนั้น ชื่อว่าความประทุษร้าย ความประทุษร้ายอันนั้น ชื่อว่าความพยาบาท) ดังนี้ ก็เพราะศัพท์นี้ ท่านยกขึ้นแสดงแล้ว ด้วยสามารถแห่งการสงเคราะห์แก่สัตว์ทั้งปวง ฉะนั้น พระองค์จึงไม่ตรัสว่า สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี แต่ตรัสว่า อพฺยาปนฺนจิตฺโต เพียงเท่านี้.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑,๑๑๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “มาติกานิเทศ”