จตุตถฌานอันเป็นทิพพโสตญาณ ชื่อว่า เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ เพราะความที่ภิกษุนั้นมีเสียงเป็นอารมณ์.

จตุตถฌาน อันเป็นเจโตปริยญาณ เป็นอตีตารัมมณะ ในกาลที่รู้จิตที่เกิดขึ้นแล้วดับไปภายใน ๗ วัน ที่เป็นอดีตกาล เป็นอนาคตารัมมณะ ในกาลรู้จิตที่จะเกิดขึ้นภายใน ๗ วัน ในอนาคตกาล. จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศเจโตปริยญาณนั่นแหละ ด้วยพระสูตรนี้ว่า พระองค์จักทายใจแม้มากมาย โดยกำหนดถึงมโนสังขารของบุคคลผู้เจริญผู้นี้ เขาตั้งไว้แล้วโดยประการใด ในระหว่างแห่งจิตดวงนี้ เขาจักตรึกไปถึงวิตกชื่อนี้โดยประการนั้น จิตนั้นก็ย่อมมีอย่างนั้นนั่นแหละ หามีอย่างอื่นไม่. เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ ในกาลปรารภปัจจุบันเป็นไปด้วยสามารถแห่งอัทธานปัจจุบัน (ปัจจุบันกาลอันยืดยาว) และสันตติปัจจุบัน คือปัจจุบันอันสืบต่อกันไป. ในข้อนี้พึงทราบเรื่องพิศดาร โดยนัยที่กล่าวแล้วในการพรรณนาอรรถกถากัณฑ์ในหนหลังนั่นแหละ.

จตุตถฌานอันเป็นปุพเพนิวาสญาณ เป็นอตีตารัมมณะ ในกาลตามระลึกถึงอดีตขันธ์ เป็นนวัตตัพพารัมมณะ ในกาลตามระลึกถึงชื่อและโคตร.

จตุตถฌานอันเป็นทิพพจักขุ ชื่อว่าเป็นปัจจุปันนารัมมณะ เพราะความที่ภิกษุนั้น มีสีเป็นอารมณ์.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑,๑๓๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา”