คำว่า ติริยํ ได้แก่ อนุทิศ (คือทิศน้อย) อธิบายว่า ภิกษุยังจิตอันสหรคตด้วยเมตตาให้แล่นออกไปบ้าง ให้แล่นกลับมาบ้าง (ให้ระลึกไปมา) ในทิศทั้งปวง ด้วยอาการอย่างนี้ เปรียบเหมือนม้าแล่นไปมาอยู่ในสนามแห่งม้า ฉันนั้น.

การแผ่เมตตาโดยเจาะจง (โอธิโส) พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกำหนดทิศหนึ่งๆ แสดงแล้วด้วยคำมีประมาณเพียงเท่านี้. แต่คำว่า สพฺพธิ (แปลว่า ภิกษุแผ่เมตตาจิตไปในสัตว์ทั้งปวง) เป็นต้น ตรัสไว้เพื่อแสดงการแผ่ไปโดยไม่เจาะจง (อโนธิโส).

ในคำเหล่านั้น คำว่า สพฺพธิ แปลว่า ในสัตวโลกทั้งปวง.

คำว่า สพฺพตฺตตาย (แปลว่า เพราะเป็นผู้มีจิต (มีตน) เสมอในสัตว์ทุกหมู่เหล่า) ได้แก่ เพราะความที่เมตตาจิตนั้นเป็นไปในสัตว์ทั้งปวงทุกหมู่เหล่า อันต่างด้วยสัตว์ทั้งหลายมีสัตว์ชนิดเลว ปานกลาง อุกฤษฏ์ เป็นมิตรสหาย และสัตว์ผู้เป็นกลาง (คือมิใช่มิตร มิใช่ศัตรู) เป็นต้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอธิบายคำว่า เพราะเป็นผู้มีจิต (มีตน) เสมอกัน โดยตรัสว่า เพราะไม่ทำการแบ่งแยกว่า นี้เป็นสัตว์อื่น ดังนี้.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑,๑๔๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อัปปมัญญา ๔”