สมาธิในอรหัตตผล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์เอาในคำว่า อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจว เป็นต้น (แปลว่า สมาธินี้มีสุขในปัจจุบันด้วย) ก็สมาธินั้น ชื่อว่ามีสุขในปัจจุบัน เพราะความเป็นสุขในขณะแห่งสมาธินั้นแน่วแน่แล้วๆ สมาธิที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่สมาธิที่เกิดหลังๆ จึงชื่อว่ามีสุขเป็นวิบากต่อไป เพราะความที่สุขนั้นเป็นปัจจัย. สมาธินั้นย่อมยังผลจิตอันสงบ อันสุขุม อันประณีต อันเป็นมธุรรูป (รูปที่ดี) ให้ตั้งขึ้น.

จริงอยู่ เมื่อบุคคลออกจากผลสมาบัติแล้ว กายวิญญาณที่สหรคตด้วยความสุขอาศัยโผฏฐัพพะมีสัมผัสเป็นสุขอันเข้าถึงกายทั้งปวง ย่อมเกิดขึ้น ชื่อว่ามีสุขเป็นวิบากต่อไปโดยปริยายแม้นี้. สมาธินี้ ชื่อว่าอริยะ (ไกล) เพราะไกลจากกิเลสทั้งหลาย. ชื่อว่าหาอามิสมิได้ เพราะความไม่มีอามิส คือกาม วัฏฏะและโลก. ชื่อว่าบุรุษผู้มีปัญญาทรามเสพไม่ได้ เพราะความที่มหาบุรุษทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นเสพแล้ว. ชื่อว่าสงบแล้ว เพราะสงบจากองค์ (คือส่วนประกอบหรือเหตุ) เพราะสงบจากอารมณ์ และเพราะสงบแล้วจากความกระวนกระวายจากกิเลสทั้งปวง ชื่อว่าประณีต เพราะอรรถว่าไม่เดือดร้อน. ชื่อว่าได้ความสงบระงับ เพราะได้ความสงบระงับกิเลส หรือว่า เพราะความที่ภาวะคือความสงบระงับจากกิเลสอันตนได้แล้ว.

จริงอยู่ คำว่า ความสงบระงับ ชื่อว่า ปฏิปัสสัทธิ นี้ ย่อมชื่อว่าเป็นธรรมเอกโดยอรรถ.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าได้ความสงบระงับ แม้เพราะความเป็นพระอรหันต์อันตนได้แล้ว และเพราะกิเลสสงบระงับไปแล้ว. ชื่อว่าบรรลุแล้วโดยความเป็นธรรมเอกผุดขึ้น เพราะความที่ตนบรรลุแล้วโดยความเป็นธรรมแน่วแน่ หรือเพราะความที่บรรลุแล้วซึ่งความเป็นสมาธิ. ชื่อว่า ไม่ได้บรรลุโดยการข่มนิวรณ์ ห้ามกิเลสที่เป็นสสังขาริก เพราะความที่สมาธินั้นไม่ได้ข่มปัจจนิกธรรม (ธรรมอันเป็นข้าศึก) แล้วห้ามกิเลสทั้งหลายด้วยจิตอันประกอบพร้อมเป็นไปกับสังขารแล้วจึงบรรลุ เหมือนสมาธิอันเป็นไปกับด้วยอาสวะซึ่งมีคุณอันน้อย. ก็เมื่อพระโยคาวจรเข้าสมาธินั้น (สัมมาสมาธิ) หรือว่า ออกจากสมาธินั้น ย่อมเป็นผู้มีสติเข้าสมาธิ และมีสติออกจากสมาธิ.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑,๓๓๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เอกกนิเทศ”