แม้ในนิทเทสแห่งความมัวเมาในโคตรเป็นต้น ก็พึงทราบเนื้อความโดยนัยนี้เช่นกัน. เพราะว่าแม้กษัตริย์ ก็ทำมานะ (ถือตัว) ว่า เราเป็นกษัตริย์โกณฑัญญโคตร เป็นกษัตริย์อาทิจจโคตร ดังนี้. แม้พราหมณ์ก็ทำมานะว่า เราเป็นพราหมณ์กัสสปโคตร เราเป็นพราหมณ์ภารทวาชโคตร ดังนี้. แม้แพศย์ แม้ศูทร ก็อาศัยตระกูลวงศ์ของตน แล้วทำมานะ. ชนทั้งหลายผู้เป็นหัวหน้าคณะแม้ทั้ง ๑๘ คณะ ก็ย่อมทำมานะว่า หัวหน้าหมู่โน้นแตกแยกกัน เราไม่แตกแยกกัน ดังนี้เป็นต้น. ว่าด้วยความมัวเมาในความไม่มีโรคเป็นต้น

ในบรรดาความมัวเมาทั้งหลาย มีความมัวเมาในความไม่มีโรคเป็นต้น มานะที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจความที่มัวเมาว่า เราไม่มีโรค ชนทั้งหลายที่เหลือ (เว้นเรา) มีโรคมาก ขึ้นชื่อว่าพยาธิแม้เพียงจะผ่านผิวของเราก็ไม่มี ดังนี้ ชื่อว่าความมัวเมาในความไม่มีโรค. ว่าด้วยความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว

มานะที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจความมัวเมาว่า เรายังเป็นหนุ่มสาว อัตภาพของสัตว์ทั้งหลายที่เหลือ (เว้นเรา) เป็นเช่นกับต้นไม้ตั้งอยู่ริมเงื้อมผา ส่วนเราตั้งอยู่ในปฐมวัย ดังนี้ ชื่อว่าความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว. ว่าด้วยความมัวเมาในชีวิต

มานะที่เกิดขึ้นด้วยอำนาจความมัวเมาว่า เราเป็นอยู่นาน เราจะเป็นอยู่นาน เราจักเป็นอยู่นาน เราเป็นสุข เราจะเป็นสุข เราจักเป็นสุข ดังนี้ ชื่อว่าความมัวเมาในชีวิต. ว่าด้วยความมัวเมาในลาภ

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑,๔๖๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เอกกนิเทศ”