อธิบายว่า ได้แก่ การพูดเกลี่ยกล่อม.

อีกอย่างหนึ่ง ภิกษุเห็นบุคคลถืออ้อยมาจึงถามว่า ดูก่อนอุบาสก อ้อยนี้ท่านได้มาจากไหน. เขาตอบว่า จากไร่อ้อยขอรับ. ภิกษุถามว่า อ้อยในไร่นั้น. มีรสหวานไหม. อุบาสกกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ท่านเคี้ยวกินแล้วพึงทราบ. ภิกษุกล่าวว่า ดูก่อนอุบาสก ถ้าว่าอาตมาพูดว่า ขอท่านทั้งหลายจงถวายอ้อยแก่ภิกษุ ดังนี้ ย่อมไม่ควร. การพูดชมเชยของภิกษุผู้ประจบเห็นปานนี้อันใด การพูดอ้อมค้อมก็อันนั้น การพูดอ้อมค้อมบ่อยๆ โดยส่วนทั้งปวง ชื่อว่าการพูดประจบ. คำว่า การพูดชมเชย ได้แก่ วาจาเป็นเครื่องยังจิตให้หวั่นไหวซึ่งยกขึ้นอย่างนี้ว่า ตระกูลนี้ย่อมรู้จักเราดีทีเดียว ถ้าเขาจะถวายไทยธรรมไซร้ก็จักถวายแก่เราเท่านั้นดังนี้ ชื่อว่าการสรรเสริญคือการยกย่อง.

ในข้อนั้นพึงกล่าวถึงเรื่องอุปัฏฐากผู้บำรุงภิกษุ ดังนี้.

ได้ยินว่า ภิกษุ ๒ รูปเข้าไปสู่บ้านหนึ่ง นั่งที่โรงภัตตาหาร เห็นกุมาริกาคนหนึ่ง จึงเรียกมา. ลำดับนั้น ภิกษุรูปหนึ่งจึงถามภิกษุรูปหนึ่งว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ กุมาริกานี้เป็นลูกใคร. ภิกษุนั้นจึงยกย่องสรรเสริญด้วยคำว่า ดูก่อนท่านผู้มีอายุ เป็นลูกสาวอุปัฏฐากผู้บำรุงของกระผม มารดาของหญิงนี้ เมื่อกระผมไปบ้านแล้ว เมื่อจะถวายเนยใส ย่อมถวายทั้งหม้อทีเดียว แม้กุมาริกานี้ก็ย่อมถวายเนยใสทั้งหม้อเหมือนมารดานั่นแหละ ดังนี้.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑,๕๑๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “เอกกนิเทศ”