จริงอยู่ เพราะพระบาลีว่า ความมืดมน ความหลงลืม โอฆะคืออวิชชา เป็นภัยใหญ่ ดังนี้ เพราะเหตุนั้น อวิชชา จึงชื่อว่าตมะ. ตมะ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า มีวิจิกิจฉา (ความเคลือบแคลงสงสัย) เป็นสีสะ เป็นการแสดงโดยง่ายด้วยอำนาจแห่งกาลอันยาวนานทั้ง ๓ (คืออดีตอัทธานะ อนาคตอัทธานะ ปัจจุปันนอัทธานะ).
ในกาลเหล่านั้น เมื่อบุคคลสงสัยว่า ในอดีตกาล เราได้เป็นกษัตริย์หรือหนอ หรือว่าเป็นพราหมณ์ เป็นแพศย์ เป็นศูทร เป็นคนดำ เป็นคนขาว เป็นคนเตี้ย คนสูง ดังนี้ ชื่อว่าย่อมสงสัยปรารภอดีตอัทธานะ (อดีตกาลอันยาวนาน).
เมื่อสงสัยอยู่ว่า ในอนาคตกาล เราจักเป็นกษัตริย์หรือหนอ หรือว่า จักเป็นพราหมณ์ เป็นแพศย์ เป็นศูทร ฯลฯ เป็นคนสูง ดังนี้ ชื่อว่าย่อมสงสัยปรารภอนาคตอัทธานะ (อนาคตกาลอันยาวนาน)
เมื่อสงสัยอยู่ว่า ในบัดนี้ (ปัจจุบัน) เราเป็นกษัตริย์หรือหนอ หรือว่าเป็นพราหมณ์ เป็นแพศย์ เป็นศูทร หรือสงสัยว่า เรามีรูปเป็นอย่างไร หรือว่ามีเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณเป็นอย่างไร ดังนี้ ชื่อว่าย่อมสงสัยปรารภปัจจุปันนอัทธานะ (ปัจจุบันกาลอันยาวนาน).
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที