ก็เมื่อธรรมอันเป็นอายะ (คือเป็นบ่อเกิดของอาสวะมีอยู่) ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้นก็ย่อมแผ่ไป คือย่อมยังธรรมอันเป็นบ่อเกิดแห่งอาสวะนี้ให้กว้างขวาง นี้เป็นคำอธิบายข้อที่ ๒.

ก็อายตนะเหล่านี้ย่อมนำไป คือย่อมให้เป็นไปถ่ายเดียวสู่สังสารทุกข์อันยาวนานมาแต่อดีต เป็นไปล่วงไปในสังสารอันมีเงื่อนเบื้องต้นและที่สุดอันรู้ไม่ได้ ให้หวนกลับมิได้ นี้เป็นคำอธิบายข้อที่ ๓. ด้วยประการฉะนี้ ธรรมเหล่านี้แม้ทั้งหมด จึงตรัสเรียกว่า ชื่อว่า อายตนะ อายตนะ เพราะเป็นเครื่องต่อ เพราะเป็นการแผ่ธรรมอันเป็นบ่อเกิดแห่งอาสวะทั้งหลาย และเพราะนำไปสู่สังสารอันยาวนานต่อไป.

อีกอย่างหนึ่ง บัณฑิตพึงทราบว่า ชื่อว่าอายตนะ เพราะอรรถว่าเป็นที่อยู่ เพราะอรรถว่าเป็นอากร เพราะอรรถว่าเป็นที่ประชุม เพราะอรรถว่าเป็นถิ่นเกิด เพราะอรรถว่าเป็นการณะ.

จริงอย่างนั้น โวหารทางโลก เขาเรียกที่อยู่อาศัยว่าอายตนะ เช่นในประโยคมีอาทิว่า อิสฺสรายตนํ (ที่อยู่ของพระอิศร) วาสุเทวายตนํ (ที่อยู่ของพระวาสุเทพ). อากรคือบ่อเกิด เรียกว่าอายตนะ เช่นในประโยคมีอาทิว่า สุวณฺณายตนํ (บ่อทอง) รตนายตนํ (บ่อรัตนะ). ก็โวหารในศาสนาเรียกที่ประชุมว่าอายตนะ เช่นในประโยคมีอาทิว่า มโนรเม อายตเน เสวนฺติ นํ วิหงฺคมา๑- (เมื่ออายตนะคือที่ประชุมอันเป็นที่รื่นเริงใจมีอยู่ พวกนกก็พากันไปอาศัยต้นไม้นั้น). ถิ่นที่เกิดเรียกว่าอายตนะ เช่นในประโยคมีอาทิว่า ทกฺขิณาปโถ คุนฺนํ อายตนํ (ทักขิณาบถ คือทางทิศใต้ของอินเดีย เป็นถิ่นเกิดของโคทั้งหลาย). การณะ เรียกว่าอายตนะ เช่นในประโยคมีอาทิว่า ตตฺร ตเตฺรว สกฺขิภพฺพตํ ปาปุณาติ สติ สติอายตเน๒- (เมื่ออายตนะคือเหตุเป็นเครื่องระลึกมีอยู่ เธอก็จะบรรลุผลในจตูปปาตญาณนั้นๆ โดยแน่นอน). ____________________________ ๑- อํ. ปญฺจก. เล่ม ๒๒/ข้อ ๓๘/หน้า ๔๖ ๒- อํ. ปญฺจก. เล่ม ๒๒/ข้อ ๒๓/หน้า ๒๐

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑๕๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สุตตันตภาชนีย์”