อนึ่ง อายตนะมีจักขุเป็นต้น เป็นเหตุ (การณะ) ของจิตและเจตสิกเหล่านั้น เพราะความที่อายตนะมีจักขุเป็นต้นเหล่านั้นไม่มี จิตและเจตสิกก็หามีไม่.

ธรรมเหล่านี้ เรียกว่าอายตนะ ด้วยเหตุแม้เหล่านี้ คือเพราะอรรถว่าเป็นที่อยู่อาศัย เพราะอรรถว่าเป็นอากร เพราะอรรถว่าเป็นที่ประชุม เพราะอรรถว่าเป็นถิ่นเกิด เพราะอรรถว่าเป็นเหตุ ด้วยประการฉะนี้ เพราะฉะนั้น ว่าโดยอรรถตามที่กล่าวมา จักขุนั้นด้วย เป็นอายตนะด้วย จึงชื่อว่าจักขวายตนะ ฯลฯ ธรรมเหล่านั้นด้วย เป็นอายตนะด้วย เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าธรรมายตนะ.

พึงทราบวินิจฉัยในอายตนะเหล่านี้ โดยอรรถอย่างนี้ก่อน. ว่าด้วยวินิจฉัยโดยลักษณะ

ก็ข้อว่า โดยลักษณะ นั้นคือ พึงทราบวินิจฉัยในอายตนะเหล่านี้โดยลักษณะแห่งอายตนะมีจักขุเป็นต้น ก็แต่ลักษณะนั้นของอายตนะมีจักขุเป็นต้นเหล่านั้น พึงทราบโดยนัยที่กล่าวไว้ในนิเทศแห่งรูปกัณฑ์ในหนหลังนั่นแหละ. ว่าด้วยวินิจฉัยโดยความมีเพียงเท่านั้น

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑๕๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สุตตันตภาชนีย์”