คำว่า สุขทุกข์อันคนอื่นทำให้ ๓- ดังนี้ อธิบายว่า เมื่อเสวยเวทนาอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า ก็เห็นว่า ตนมีเวทนา คือมีเวทนาอื่นกระทำให้ ทิฏฐิความเห็นผิด ก็จะเกิดขึ้นว่า เวทนานี้อันเวทนาอื่นทำให้ ดังนี้. ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนี้ ความขาดสูญแห่งเวทนาอันเกิดขึ้นก่อนย่อมปรากฏว่า เพราะเวทนาเป็นผู้กระทำเวทนา ฉะนั้น ทิฏฐินี้จึงชื่อว่าอุจเฉททิฏฐิ.

คำว่า สุขทุกข์ตนทำเองด้วย คนอื่นทำให้ด้วย ดังนี้ ได้แก่ ทิฏฐิความเห็นผิดที่เกิดขึ้นแก่ผู้ยึดถือว่า สุขทุกข์ตนทำเองครึ่งหนึ่ง ผู้อื่นทำให้ครึ่งหนึ่ง โดยอรรถตามที่กล่าวแล้วนั่นแหละ นี้ชื่อว่าสัสสตุจเฉททิฏฐิ.

ทิฏฐิความเห็นผิดข้อที่ ๔ เกิดขึ้นแก่ผู้ยึดถือว่า สุขทุกข์ไม่มีเหตุเลย ดังนี้ ครั้นเมื่อความเป็นอย่างนั้น ทิฏฐินี้จึงชื่อว่าอเหตุกทิฏฐิ.

บทที่เหลือในที่นี้ มีอรรถตื้นทั้งนั้น เพราะมีนัยตามที่กล่าวในหนหลังแล. ____________________________ ๑- ติมพรูสกทิฏฐิ ได้แก่ ทิฏฐิที่ชุ่มอยู่ด้วยราคะ ท่านผู้รู้ให้คำอธิบายว่า เป็นทิฏฐิที่เกิดจากการเรียนมากแล้วมีมานะว่า ฉันเป็นผู้คงแก่เรียน (สัสสต, อุจเฉท, อเหตุกทิฏฐิ). ๒- ในสักกายทิฏฐิว่า เวทนํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ แปลว่า เห็นเวทนาโดยความเป็นตน โดยเข้าใจว่าเวทนาเป็นอันเดียวกับตน. ๓- ในสักกายทิฏฐิว่า เวทนาวนฺตํ วา อตฺตานํ แปลว่า อีกอย่างหนึ่ง เห็นตนมีเวทนา โดยเข้าใจว่าตนกับเวทนาเป็นคนละอย่าง. จตุกกนิทเทส จบ. \

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑,๕๙๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “จตุกกนิเทศ”