คำว่า นตฺถิ เม อตฺตา (แปลว่า อัตตาของเราไม่มี) อธิบายว่า ทิฏฐินี้ ชื่อว่าอุจเฉททิฏฐิ เพราะถือเอาความไม่มีแห่งสัตว์ผู้ปรากฏอยู่ในที่นั้นๆ.
อีกอย่างหนึ่ง ทิฏฐินี้ ชื่อว่าสัสสตทิฏฐิ เพราะถือเอาอัตตาในกาลทั้ง ๓ แม้เกิดก่อนว่า มีอยู่. อุจเฉททิฏฐิถือเอาอัตตาอันเป็นปัจจุบันเท่านั้นว่ามีอยู่. คือว่า ชื่อว่าอุจเฉททิฏฐิ เพราะการถือว่าอัตตาในอดีตและอนาคต แม้เกิดภายหลังว่า ไม่มีอยู่ ดังนี้ ราวกะทิฏฐิของบุคคลผู้มีความเห็นว่า ของบูชายัญอันเป็นเถ้าธุลี. สัสสตทิฏฐิของบุคคลผู้มีความเห็นว่า อัตตาเกิดขึ้นลอยๆ เทียว จึงยึดถือว่า อัตตาในอดีตเท่านั้นไม่มี ดังนี้.
คำว่า อตฺตนา วา อตฺตานํ สญฺชานามิ (แปลว่า ย่อมรู้จักอัตตาด้วยอัตตา ดังนี้ก็ดี) อธิบายว่า ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า เราชื่อว่าย่อมรู้จักอัตตานี้ด้วยอัตตานี้ เพราะถือว่า อัตตาในขันธ์โดยมีสัญญาขันธ์เป็นสีสะ แล้วรู้ขันธ์ที่เหลือด้วยสัญญา ดังนี้.
คำว่า อตฺตนา วา อนตฺตานํ (แปลว่า รู้จักอนัตตาด้วยอัตตา) อธิบายว่า ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า เพราะรู้อัตตาเหล่านั้น โดยการถือเอาสัญญาขันธ์นั่นแหละว่าเป็นอัตตา แล้วก็ถือเอาขันธ์ ๔ ที่เหลือว่าเป็นอนัตตา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที