คำว่า อาปตฺตึ อาปนฺโนสิ ได้แก่ ย่อมกล่าวว่า ใครพูดว่าเราต้องอาบัติ เราต้องอาบัติอะไร ต้องอาบัติอย่างไร ต้องอาบัติที่ไหน ย่อมพูดอะไรๆ อย่างนี้.

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อสงฆ์กล่าวว่า อาบัติอะไรๆ เห็นปานนี้ ท่านเห็นหรือ ดังนี้ ภิกษุนั้นย่อมไม่ฟัง ย่อมไม่น้อมโสตเข้าไป.

คำว่า พหิทฺธา กถํ อปนาเมติ ได้แก่ ถูกสงฆ์ถามว่า ท่านต้องอาบัติชื่อนี้หรือ. ภิกษุผู้ถูกถามนั้น ก็จะพูดเป็นอย่างอื่นว่า กระผมจะไปเมืองปาฏลีบุตร. เมื่อสงฆ์ถามอีกว่า พวกเราย่อมไม่ถามการไปเมืองปาฏลีบุตรของเธอ ดังนี้. ภิกษุนั้นก็จะพูดต่อไปว่า เราไปสู่เมืองราชคฤห์. สงฆ์กล่าวว่า ท่านจะไปเมืองราชคฤห์หรือไปบ้านพราหมณ์ก็ตาม เธอก็ต้องอาบัติ ดังนี้.

บรรดาคำพูดนอกเรื่องเหล่านั้น เมื่อภิกษุกล่าวคำว่า เนื้อสุกรอันเราได้แล้วเป็นต้น ชื่อว่าย่อมพูดสับสน.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑,๖๓๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อัฏฐกนิเทศ”