มนายตนะมี ๘๑ ประเภท โดยประเภทแห่งกุศล อกุศล วิบาก กิริยาวิญญาณ ที่เป็นไปในภูมิ ๓ แต่เมื่อว่าโดยประเภทแห่งวัตถุและปฏิปทาเป็นต้นก็เป็นอนันตประเภท. รสายตนะที่เป็นรูปขันธ์ ว่าโดยประเภทแห่งสมุฏฐานมี ๔ ประเภท สัททายตนะ (อายตนะคือเสียง) ว่าโดยสมุฏฐานมี ๒ ประเภท แต่เมื่อว่าโดยประเภทสภาคะและวิสภาคะแล้ว อายตนะแม้ทั้งหมดเป็นอนันตประเภท. โผฏฐัพพายตนะมี ๓ ประเภทด้วยอำนาจแห่งปฐวีธาตุ เตโชธาตุและวาโยธาตุ แต่เมื่อว่าโดยสมุฏฐานมี ๔ ประเภท เมื่อว่าโดยสภาคะและวิสภาคะเป็นอนันตประเภท. ธรรมายตนะเป็นอนันตประเภท ด้วยอำนาจแห่งธรรมารมณ์เป็นไปในภูมิ ๓ ฉะนี้แล.

พึงทราบวินิจฉัยอายตนะโดยย่อและพิสดารอย่างนี้. ว่าด้วยวินิจฉัยโดยเป็นธรรมพึงเห็น

ก็ในข้อว่า โดยเป็นธรรมอันบัณฑิตพึงเห็น นี้ ความว่า อายตนะทั้งหมดเหล่านั้นแหละ พึงเห็นโดยการยังไม่มาถึง (อนาคมนโต) และโดยการไม่ออกไป (อนิคฺคมนโต).

จริงอยู่ อายตนะเหล่านั้นเมื่อก่อนแต่ผุดขึ้นย่อมมาจากที่ไหนๆ ก็หาไม่ แม้หลังจากความสลายแล้วจะไปสู่ที่ไหนๆ ก็หาไม่ โดยที่แท้ เมื่อก่อนแต่ผุดขึ้น อายตนะเหล่านี้ยังไม่ได้ภาวะของตนโดยเฉพาะ หลังจากสลายไปก็มีภาวะของตนแตกหมดแล้ว เหตุที่มันเป็นไปได้ในเบื้องต้นเบื้องปลายและท่ามกลางก็เพราะปัจจัย เพราะฉะนั้น พึงเห็นอายตนะทั้งหลายโดยการยังไม่มาถึงและโดยการไม่ออกไป.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑๖๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สุตตันตภาชนีย์”