อนึ่ง พึงเห็นอายตนะเหล่านี้ โดยความไม่เคลื่อนไป (นิรีหโต) และไม่มีความพยายาม (อพฺยาปารโต).
จริงอยู่ อายตนะทั้งหลายมีจักขุและรูปเป็นต้นจะได้มีความคิดอย่างนี้ว่า โอหนอ ชื่อว่าวิญญาณพึงเกิดขึ้น เพราะพวกเราพบกัน ดังนี้ก็หาไม่ และอายตนะเหล่านั้นจะขวนขวายเพื่อความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณโดยความเป็นทวาร โดยความเป็นวัตถุ หรือโดยความเป็นอารมณ์ก็หาไม่ คือไม่ต้องขวนขวายพยายาม โดยที่แท้ มันเป็นเรื่องธรรมดาเท่านั้นที่จักขุวิญญาณเป็นต้นจะเกิดขึ้น เพราะความที่อายตนะมีจักขุและรูปเป็นต้นพบกัน เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงเห็นอายตนะทั้งหลายโดยความไม่เคลื่อนไปและโดยความไม่มีความพยายาม.
อีกอย่างหนึ่ง บัณฑิตพึงเห็นอายตนะภายในเหมือนเรือนว่าง เพราะเว้นจากความยั่งยืน จากความงาม จากสุขและจากอัตภาพ พึงเห็นอายตนะภายนอกเหมือนพวกโจรปล้นชาวบ้าน เพราะกระทบอายตนะภายใน. ข้อนี้สมดังพระดำรัสที่ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จักขุถูกรูปที่ชอบใจและไม่ชอบใจกระทบ ดังนี้ บัณฑิตควรให้พิสดาร. อีกอย่างหนึ่ง พึงเห็นอายตนะภายในเหมือนสัตว์ ๖ #- ชนิด พึงเห็นอายตนะภายนอกเหมือนที่เที่ยวหากินของสัตว์เหล่านั้น.
พึงทราบวินิจฉัยในอายตนะนี้โดยเป็นธรรมพึงเห็นด้วยประการฉะนี้. ____________________________
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที