ในปริยายแห่งพระสูตรและในนิเทศแห่งพระอภิธรรมนั้น แม้รูปนี้จะเป็นการจำแนกตามพระสูตร (สุตตันตภาชนีย์) ก็จริง ถึงอย่างนั้นก็พึงทราบว่า รูปที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน สำเร็จแล้วโดยนิเทศแห่งพระอภิธรรมเท่านั้น ดังนี้.

อีกนัยหนึ่ง เพราะว่า รูปนี้ชื่อว่ารูปอดีต โดยส่วนทั้ง ๔ ด้วยอำนาจอัทธา ๑ สันตติ ๑ สมัย ๑ ขณะ ๑ เป็นรูปอนาคตและเป็นรูปปัจจุบันก็โดยส่วนทั้ง ๔ เหมือนกัน.

ว่าด้วยอำนาจอัทธาก่อน รูปในกาลก่อนแต่ปฏิสนธิในภพหนึ่งของบุคคลคนหนึ่ง ชื่อว่ารูปอดีต รูปในบั้นปลายแต่จุติ ชื่อว่ารูปอนาคต รูปในระหว่างทั้ง ๒ นั้น ชื่อว่ารูปปัจจุบัน.

ว่าด้วยอำนาจสันตติ รูปที่มีอุตุเดียวกัน มีส่วนเสมอกันเป็นสมุฏฐาน และรูปที่มีอาหารอย่างเดียวกันเป็นสมุฏฐาน แม้กำลังเป็นไปอยู่ด้วยอำนาจเกิดสืบต่อมาแต่เบื้องต้น ชื่อว่ารูปปัจจุบัน. รูปที่มีอุตุและอาหารไม่เสมอกับสมุฏฐานซึ่งเกิดก่อนแต่รูปปัจจุบันนั้น ชื่อว่ารูปอดีต รูปที่มีอุตุและอาหารไม่เสมอกันเป็นสมุฏฐานเกิดหลังปัจจุบัน ชื่อว่ารูปอนาคต. จิตตชรูป (คือรูปเกิดแต่จิต) มีวิถีเดียวกัน มีชวนะเดียวกันและสมาบัติเดียวกัน ชื่อว่ารูปปัจจุบัน. จิตตชรูปที่เกิดก่อนรูปปัจจุบันนั้น ชื่อว่ารูปอดีต. จิตตชรูปที่เกิดหลังรูปปัจจุบัน ชื่อว่ารูปอนาคต. รูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานไม่มีประเภทอดีตเป็นต้น ด้วยอำนาจสันตติอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ แต่พึงทราบประเภทรูปอดีตเป็นต้นของรูปที่มีกรรมเป็นสมุฏฐานนั้นด้วยอำนาจเป็นรูปอุปถัมภ์อุตุชรูป อาหารชรูป จิตตชรูปเหล่านั้นนั่นแหละ.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๑๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “รูปขันธ์”