พึงทราบวินิจฉัยในวัตถุมีหญ้าเป็นต้น พฤกษชาติที่มีข้างนอกแข็งโดยที่สุดมีต้นมะพร้าวเป็นต้น ชื่อว่าหญ้า. วัตถุที่มีแก่นข้างในโดยที่สุดแม้ท่อนฟืน ชื่อว่าท่อนไม้. ก้อนหินโดยประมาณเม็ดถั่วเขียวจนถึงกำปั้น ชื่อว่ากรวด แต่กรวดที่เล็กกว่าเม็ดถั่วเขียวลงมา เรียกว่าทราย. คำว่า กระเบื้อง ได้แก่กระเบื้องอย่างใดอย่างหนึ่ง. คำว่า ภูมิ ได้แก่ แผ่นดิน. คำว่า ปาสาโณ (แผ่นหิน) ได้แก่ แผ่นหินมีขนาดตั้งแต่กำไม่มิดขึ้นไป แต่ไม่ถึงประมาณเท่าช้าง ชื่อว่าแผ่นหิน แต่ถ้ามีขนาดช้างขึ้นไป ชื่อว่าบรรพต.

ด้วยบทว่า ยํ วา ปน (หรือว่าธาตุอันใด) นี้ ท่านรวมเอาปถวีที่เหลืออันต่างด้วยวัตถุมีเมล็ดตาลและผลมะพร้าวเป็นต้น. ด้วยคำว่า ยา จ อชฺฌตฺติกา ปถวีธาตุ ยา จ พาหิรา (ปฐวีธาตุภายในและปฐวีธาตุภายนอกอันใด) นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงปฐวีธาตุแม้ทั้ง ๒ โดยลักษณะว่าเป็นปฐวีธาตุอันเดียวเท่านั้น เพราะอรรถว่าเป็นธรรมชาติแข็ง ดังนี้. นิเทศอาโปธาตุภายใน

ในนิเทศอาโปธาตุเป็นต้นพึงทราบโดยนัยที่กล่าวในหนหลังนั่นแหละ. พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า อาโป อาโปคตํ (ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ) ดังนี้เป็นต้น ที่ชื่อว่า อาโป (ความเอิบอาบ) ด้วยอำนาจความเกาะกุม คำว่า อาโป นั้นนั่นแหละ ที่ชื่อว่า อาโปคตํ (ธรรมชาติที่เอิบอาบ) เพราะความที่อาโปธาตุน้ำนั้นนั่นแหละ ถึงความเป็นสภาพแห่งอาโป. ที่ชื่อว่า สิเนโห (ความเหนียว) ด้วยอำนาจแห่งสิเนหา ความสิเนหานั้นนั่นแหละ ชื่อว่า สิเนหคตํ (ธรรมชาติที่เหนียว) เพราะถึงสภาพแห่งความเหนียว.

บทว่า พนฺธนตฺตํ รูปสฺส (ธรรมชาติที่เกาะกุมรูป) ได้แก่ เครื่องผูกของอวินิโภครูป (รูปที่แยกออกไม่ได้ ๘ รูป). แม้คำว่า ปิตฺตํ (น้ำดี) เสมฺหํ (เสลด) เป็นต้น พระโยคีพึงมนสิการด้วยอำนาจแห่งความเป็นธาตุนั่นแหละ โดยกำหนดถือเอาด้วยสามารถแห่งสี สัณฐาน ทิศ โอกาสและปริจเฉท. ว่าด้วยวิธีมนสิการปิตฺตํ (น้ำดี)

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๒๐๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ธาตุ ๖ นัยที่ ๑”