อีกอย่างหนึ่ง ขึ้นชื่อว่าอัตตาของพวกเดียรถีย์ย่อมไม่มีโดยภาวะของตนฉันใด ธาตุเหล่านี้ย่อมเป็นฉันนั้นหามิได้ ก็ที่เรียกว่าธาตุ เพราะอรรถว่าย่อมทรงไว้ซึ่งสภาวะของตน เปรียบเหมือนส่วนแห่งศิลามีหรดาลและมโนศิลาเป็นต้นอันวิจิตรในโลก เรียกว่าธาตุ ฉันใด ธาตุ (มีจักขุเป็นต้น) แม้เหล่านี้ก็เรียกว่าธาตุฉันนั้นเหมือนกัน เพราะธาตุอันวิจิตรเหล่านี้เป็นอวัยวะที่พึงรู้ได้ด้วยญาณเท่านั้น หรือว่าในส่วนทั้งหลายมีรสและเลือดเป็นต้นซึ่งกำหนดด้วยลักษณะที่ตรงกันข้ามซึ่งกันและกันอันเป็นส่วนของกายที่ตั้งขึ้น คือสรีระ ท่านเรียกชื่อว่าธาตุ ฉันใด ในส่วนของอัตภาพกล่าวคือเบญจขันธ์แม้นี้ ก็พึงทราบว่า ชื่อว่าธาตุ ฉันนั้นนั่นแหละ เพราะว่าจักขุเป็นต้นเหล่านี้ ท่านกำหนดโดยลักษณะที่ต่างซึ่งกันและกัน.
อีกอย่างหนึ่ง คำว่า ธาตุ นี้ เป็นเพียงชื่อของสิ่งที่ปราศจากชีวะ.
จริงอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงธาตุ เพื่อถอนความสำคัญว่ามีชีวะไว้ในคำทั้งหลายมีอาทิว่า ฉ ธาตุโร อยํ ภิกฺขุ ปุริโส (ดูก่อนภิกษุ คนนี้มีธาตุ ๖) ดังนี้ เพราะฉะนั้น จึงตรัสว่า ชื่อว่าจักขุธาตุ เพราะอรรถว่าเป็นจักขุด้วย เป็นธาตุด้วย ฯลฯ ชื่อว่ามโนวิญญาณธาตุ เพราะอรรถว่าเป็นมโนวิญญาณด้วย เป็นธาตุด้วย โดยอรรถตามที่กล่าวแล้วแล.
พึงทราบวินิจฉัยในธาตุนี้โดยอรรถอย่างนี้ก่อน. ว่าด้วยวินิจฉัยโดยลักษณะเป็นต้น
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที