อีกอย่างหนึ่ง กามธาตุก็คือธาตุแม้ ๑๘ อย่าง เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า เบื้องล่างนับแต่อเวจีนรกเป็นที่สุด เบื้องบนกำหนดเทพชั้นปรนิมมิตวสวัตดีเป็นที่สุด ในระหว่างนี้ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณอันใดซึ่งท่องเที่ยวไปในที่นี้ นับเนื่องในเขตนี้ ธรรมนี้เรียกว่ากามธาตุ.
เนกขัมมธาตุคือธรรมธาตุนั่นเอง. อีกอย่างหนึ่ง เพราะพระบาลีว่า กุศลธรรมแม้ทั้งหมด ชื่อว่าเนกขัมมธาตุ ดังนี้ เนกขัมมธาตุนั้นก็ย่อมเป็นมโนวิญญาณธาตุได้เหมือนกัน. พยาปาทธาตุ วิหิงสาธาตุ อัพยาปาทธาตุ อวิหิงสาธาตุ สุขธาตุ ทุกขธาตุ โสมนัสธาตุ โทมนัสธาตุ อุเปกขาธาตุ อวิชชาธาตุ อารัมภธาตุ นิกกมธาตุ ปรักกมธาตุ เป็นธรรมธาตุนั่นเอง. หีนธาตุ มัชฌิมธาตุ ปณีตธาตุ เป็นเพียงสักว่าธาตุ ๑๘ เท่านั้น เพราะจักขุธาตุเป็นต้นที่เป็นหีนะ (เลว) ชื่อว่าหีนธาตุ จักขุเป็นต้นที่เป็นมัชฌิมะและปณีตะก็จัดเป็นมัชฌิมธาตุและปณีตธาตุ.
แต่เมื่อว่าโดยนิปปริยาย (โดยตรง) ธรรมธาตุและมโนวิญญาณธาตุที่เป็นอกุศลเป็นหีนธาตุ. กุศลและอัพยากตะทั้ง ๒ ที่เป็นโลกิยะก็ดี จักขุธาตุเป็นต้นก็ดีเป็นมัชฌิมธาตุ. ส่วนธรรมธาตุและมโนวิญญาณธาตุที่เป็นโลกุตระเป็นปณีตธาตุ.
ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุก็คือโผฏฐัพพธาตุนั่นเอง. อาโปธาตุและอากาศธาตุก็คือธรรมธาตุ วิญญาณธาตุย่อเข้าในวิญญาณธาตุ ๗ มีจักขุวิญญาณเป็นต้น. ธาตุ ๑๗ และส่วนหนึ่งแห่งธรรมธาตุเป็นสังขตธาตุ แต่ส่วนหนึ่งแห่งธรรมธาตุนั่นแหละเป็นอสังขตธาตุ ก็โลกที่เป็นอเนกธาตุและนานาธาตุ เป็นสักแต่ว่าประเภทของธาตุ ๑๘ เท่านั้นแล. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสธาตุไว้ ๑๘ เท่านั้น เพราะธาตุทั้งหมดมีอยู่โดยสภาวะรวมอยู่ภายในแห่งธาตุ ๑๘ นั้น ดังพรรณนามาฉะนี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที