อีกอย่างหนึ่ง สัญญาของพวกปุถุชนพึงเห็นเหมือนกำมือเปล่าเพราะเกิดความหวังอันเป็นทุกข์ และเหมือนเนื้อป่าไม่ถือนิมิตตามความเป็นจริง สังขารทั้งหลายพึงเห็นเหมือนบุรุษโยนของใส่หลุมถ่านเพลิง เพราะการส่งจิตไปปฏิสนธิ เป็นเหมือนพวกโจรถูกราชบุรุษติดตาม เพราะการติดตามของชาติทุกข์ และพึงเห็นเหมือนเมล็ดพืชต้นไม้มีพิษ เพราะเป็นเหตุแห่งความสืบต่อของขันธ์ อันนำมาซึ่งความฉิบหายทั้งปวง. รูปพึงเห็นเหมือนจักรกรด เพราะเป็นเครื่องหมายของอุปัทวะมีนานาชนิด.

แต่อสังขตธาตุพึงเห็นโดยความเป็นอมตะ โดยความเป็นธรรมสงบและโดยเป็นธรรมเกษม เพราะเหตุไร? เพราะความเป็นปฏิปักษ์ต่อความฉิบหายทั้งมวล. มโนวิญญาณธาตุพึงเห็นเหมือนลิงในป่าใหญ่เพราะแม้ปล่อยอารมณ์ที่ตนจับไว้แล้วก็ยึดอารมณ์อื่นเป็นไปอีก เป็นเหมือนม้ากระจอกเพราะฝึกได้ยาก เป็นเหมือนท่อนไม้ที่โยนไปในอากาศ เพราะจะตกไปในอารมณ์ที่มันชอบ และเป็นเหมือนนักเต้นรำบนเวทีเพราะประกอบด้วยกิเลสมีประการต่างๆ โดยมีโลภะและโทสะเป็นต้น.

พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศวาร ต่อไป ๑- :-

คำว่า จกฺขญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ (อาศัยจักขุประสาทและรูปารมณ์) อธิบายว่า เพราะอาศัยจักขุประสาทและรูปารมณ์ทั้ง ๒ นี้ด้วย เพราะอาศัยธรรมอื่น คือกิริยามโนธาตุและขันธ์ ๓ (เวทนา สัญญา สังขารขันธ์) ที่สัมปยุตกันด้วย เพราะจักขุ (ประสาท) เป็นนิสสยปัจจัย รูปเป็นอารัมมณปัจจัย กิริยามโนธาตุ (อาวัชชนจิต) เป็นวิคตปัจจัย อรูปขันธ์ ๓ (เวทนา สัญญา สังขารขันธ์) เป็นสหชาตปัจจัยของจักขุวิญญาณธาตุ เพราะฉะนั้น จักขุวิญญาณธาตุนี้จึงชื่อว่าย่อมเกิดขึ้นเพราะอาศัยปัจจัย ๔ เหล่านี้.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๒๔๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ธาตุ ๑๘”