อนึ่ง ญาณที่เป็นโลกิยะในสัจจญาณ ๔ เหล่านี้ ทุกขญาณ (ญาณในทุกข์) ย่อมห้ามสักกายทิฏฐิที่กำลังเป็นไปด้วยอำนาจแห่งความครอบงำโดยปริยุฏฐาน. สมุทยญาณ (ญาณในสมุทัย) ย่อมห้ามอุจเฉททิฏฐิ. นิโรธญาณ (ญาณในนิโรธ) ย่อมห้ามสัสสตทิฏฐิ. มรรคญาณ (ญาณในมรรค) ย่อมห้ามอกิริยทิฏฐิ.
อีกอย่างหนึ่ง ทุกขญาณย่อมห้ามความปฏิบัติผิดในผลกล่าวคือความสำคัญในเบญจขันธ์ซึ่งปราศจากความยั่งยืน ความงาม ความสุขและอัตตาว่ามีความยั่งยืน มีความงาม มีสุขและมีอัตตา สมุทยญาณย่อมห้ามความปฏิบัติผิดให้เหตุ ที่เป็นไปในการนับถืออย่างยิ่งคือในสิ่งที่มิใช่เหตุว่าเป็นเหตุ โดยเข้าใจว่าโลก ย่อมเป็นไปโดยพระอิศวรโดยพระผู้เป็นประธาน โดยพระกาฬ และโดยภาวะของตนเองเป็นต้น นิโรธญาณย่อมห้ามความปฏิบัติผิดในนิโรธที่ยึดถือในอรูปโลก และในภูมิที่เป็นยอดโลกเป็นต้น ว่าเป็นพระนิพพาน ๒- มรรคญาณย่อมห้ามความปฏิบัติผิดในอุบายที่เป็นไปด้วยความยึดถือในมรรคที่ไม่บริสุทธิ์ อันต่างโดยกามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมถานุโยคว่าเป็นมรรคอันบริสุทธิ์ เพราะเหตุนั้น บัณฑิตจึงประพันธ์คำคาถานี้ไว้ว่า
โลเก โลกปฺปภเว โลกตฺถคเม สิเว จ ตทุปาเย สมฺมุยฺหติ ตาว นโร น วิชานาติ ยาว สจฺจานิ นรชน ยังไม่รู้แจ้งสัจจะทั้งหลาย ตราบใด เขาก็ย่อมลุ่มหลงในโลก (ทุกข์) ใน เหตุเกิดของโลก (สมุทัย) ในพระนิพพาน อันเป็นที่ดับไปแห่งโลก และในอุบายของ ความดับโลกนั้น (มรรค) อยู่ตราบนั้น.
พึงทราบวินิจฉัยโดยกิจแห่งญาณในอริยสัจจะนี้ ด้วยประการฉะนี้. ____________________________ ๒- พวกอุทกดาบสและอาฬารดาบส ถืออรูปโลกว่าเป็นนิพพาน พวกนิครนถ์ถือยอดภูมิ (โลกถูปิกา) ว่าเป็นนิพพาน (มหาฎีกา). ว่าด้วยวินิจฉัยโดยประเภทแห่งธรรมที่หยั่งลงภายใน
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที