อนึ่ง สัจจะที่ ๑ และที่ ๓ ชื่อว่าเป็นสภาคะกัน เพราะอ้างถึงผล ชื่อว่าเป็นวิสภาคะกัน เพราะเป็นสังขตะและอสังขตะ.
อนึ่ง สัจจะที่ ๒ และที่ ๔ ชื่อว่าเป็นสภาคะกัน เพราะอ้างถึงเหตุ ชื่อว่าเป็นวิสภาคะกัน เพราะเป็นกุศลและอกุศลโดยส่วนเดียว. ก็สัจจะที่ ๑ และที่ ๔ ชื่อว่าเป็นสภาคะกัน เพราะเป็นสังขตะ ชื่อว่าเป็นวิสภาคะกัน เพราะเป็นโลกิยะและโลกุตระ. ก็สัจจะที่ ๒ ที่ ๓ เป็นสภาคะกันโดยเป็นเนวเสกขานาเสกขา และชื่อว่าเป็นวิสภาคะ เพราะเป็นสารัมมณะและอนารัมมณะ (มีอารมณ์และไม่มีอารมณ์).
อิติ เอวํ ปกาเรหิ นเยหิ จ วิจกฺขโณ วิชญฺญา อริยสจฺจานํ สภาควิสภาคตํ บัณฑิตผู้ฉลาด พึงรู้แจ้งซึ่งความที่ อริยสัจทั้งหลายเป็นสภาคะ (มีส่วนเสมอกัน) และเป็นวิสภาคะ (มีส่วนไม่เสมอกัน) โดย ประการและโดยนัยทั้งหลายอย่างนี้ ด้วย ประการฉะนี้แล. ____________________________
๓- วิสยะในที่นี้คือนิโรธ วิสยีคือมรรค. วรรณนานิเทศวาร
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที