ที่ชื่อว่าอาเทวะ (ความร้องไห้) เพราะอรรถว่าเป็นเหตุให้สัตว์เปล่งเสียงร้องไห้โดยอ้างว่า ธิดาของฉัน บุตรของฉัน ดังนี้ ที่ชื่อว่าปริเทวะ (ความคร่ำครวญ) เพราะอรรถว่าเป็นเหตุให้สัตว์คร่ำครวญถึงธิดาและบุตรนั้นๆ. บทละ ๒ บท ๑- ข้างหน้านอกจากบทที่ ๒ บทที่กล่าวนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสด้วยการขยายความโดยอาการของ ๒ บทต้นนั่นเอง.

บทว่า วาจา ก็คือคำพูด. คำที่พูดเปล่าไม่มีประโยชน์ ชื่อว่า ปลาโป (พูดพร่ำ) พูดพร่ำจนน่าเกลียดด้วยอำนาจการพูดครึ่งๆ กลางๆ และพูดไปอย่างอื่นเป็นต้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า วิปปลาปะ (ความพร่ำเพ้อ).

บทว่า ลาลโป (ความพิไรร่ำ) ได้แก่ การพูดซ้ำซาก. อาการแห่งการพูดซ้ำซาก ชื่อว่า ลาลปนา (กิริยาที่พิไรร่ำ). ภาวะแห่งกิริยาพิไรร่ำ ชื่อว่า ลาลปฺปิตตฺตํ (สภาพพิไรร่ำ).

คำว่า อยํ วุจฺจติ ปริเทโว (นี้เรียกว่า ปริเทวะ) ความว่า นี้เรากล่าวให้ ชื่อว่าปริเทวะ. ปริเทวะนั้น ลาลปฺปนลกฺขโณ มีการพิลาปรำพันเป็นลักษณะ คุณโทสปริกิตฺตนรโส มีการรำพันถึงคุณและโทษเป็นกิจ สมฺภมปจฺจุปฏฺฐาโน มีความวุ่นวายไม่ตั้งมั่นเป็นปัจจุปัฏฐาน. ๒- ____________________________ ๑- ได้แก่ คำว่า กิริยาที่ร้องไห้ กิริยาที่คร่ำครวญ สภาพที่ร้องไห้ สภาพที่คร่ำครวญ. ๒- และคำว่า โทสจิตตชมหาภูตปทฏฺฐาโน มีมหาภูตรูปที่เกิดแต่โทสจิตเป็นปทัฏฐาน ท่านไม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้. พึงทราบอรรถแห่งปริเทวะเป็นทุกข์

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๓๔๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อริยสัจ ๔”