ทุกขเวทนาชื่อว่าเวทนาหยาบ ด้วยอรรถว่าไม่มีความยินดีและด้วยอรรถว่าเป็นทุกข์. สุขเวทนาชื่อว่าเวทนาละเอียด ด้วยอรรถว่ามีความยินดีและด้วยอรรถว่าเป็นสุข. อทุกขมสุขเวทนาชื่อว่าเวทนาละเอียด ด้วยอรรถว่าสงบและด้วยอรรถว่าประณีต. สุขและทุกขเวทนาชื่อว่าเวทนาหยาบ ด้วยอรรถว่าหวั่นไหวและด้วยอรรถว่าแผ่ออกไป.

จริงอยู่ แม้สุขเวทนาก็ย่อมหวั่นไหวย่อมแผ่ออกไป แม้ทุกขเวทนาก็เหมือนกัน เพราะสุขเวทนาเมื่อเกิดย่อมยังสรีระทั้งสิ้นให้หวั่นไหว ให้กระเพื่อม ให้ชุ่มฉ่ำ ให้มัวเมา ให้ยินดีเกิดขึ้น ดุจรดอยู่ด้วยหม้อน้ำเย็น. ทุกขเวทนาเมื่อเกิดขึ้นย่อมเป็นดุจเวลาที่ใส่ภาชนะร้อนไว้ภายในและดุจเอาคบเพลิงหญ้าเผาอยู่ภายนอกเกิดขึ้น. แต่อทุกขมสุขเวทนา ชื่อว่าเวทนาละเอียดโดยนัยที่กล่าวแล้ว.

ก็เวทนาของบุคคลผู้ไม่เข้าสมาบัติ ชื่อว่าเวทนาหยาบ เพราะความที่บุคคลนั้นมีจิตซัดส่ายไปในอารมณ์ต่างๆ เวทนาของบุคคลผู้เข้าสมาบัติ ชื่อว่าเวทนาละเอียด เพราะบุคคลนั้นประพฤติในนิมิตมีอารมณ์สงบ. เวทนามีอาสวะชื่อว่าเวทนาหยาบ เพราะความเกิดขึ้นแห่งอาสวะเป็นเหตุ ขึ้นชื่อว่าวาระแห่งอาสวะ ย่อมเป็นสภาพหยาบอย่างเดียว. เวทนาไม่มีอาสวะ ชื่อว่าเวทนาละเอียด โดยปริยายตรงกันข้ามกับคำที่กล่าวแล้ว. ว่าด้วยมติของอาจารย์

บรรดาเวทนาหยาบและละเอียดเหล่านั้น อาจารย์รูปหนึ่งไม่ฉลาดในกุศลติกะ ไม่ฉลาดในเวทนาติกะ อาจารย์นั้นประสงค์จะรักษากุศลติกะย่อมทำลายเวทนาติกะ ประสงค์จะรักษาเวทนาติกะย่อมทำลายกุศลติกะ. อาจารย์รูปหนึ่งประสงค์จะรักษาติกะย่อมทำลายธรรมภูมิอื่น.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๓๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “รูปขันธ์”