ก็นัยอื่นอีก พึงทราบดังต่อไปนี้. จริงอยู่ ในอินทรีย์เหล่านี้
อตฺถโต ลกฺขณาทีหิ กมโต จ วิชานิยา เภทาเภทา ตถา กิจฺจา ภูมิโต จ วินิจฺฉยํ พึงทราบการวินิจฉัย โดยอรรถ โดยลักษณะเป็นต้น โดยลำดับ โดยความ ต่างกันและไม่ต่างกัน โดยกิจ และโดยภูมิ. ว่าด้วยวินิจฉัยโดยอรรถ
บรรดาคำวินิจฉัยเหล่านั้น อรรถแห่งอินทรีย์มีจักขุเป็นต้น ข้าพเจ้าประกาศไว้ก่อนแล้วโดยนัยมีอาทิว่า ที่ชื่อว่าจักขุ เพราะอรรถว่าย่อมเห็น. แต่ในอินทรีย์ (ที่เป็นโลกุตระ) ๓ หลัง โลกุตรอินทรีย์ข้อแรก พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกว่าอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ดังนี้ เพราะความเกิดขึ้นและเพราะความเกิดพร้อมแห่งอรรถของอินทรีย์แก่พระอริยะผู้ถึงแล้วในส่วนเบื้องต้น อย่างนี้ว่า "เราจักรู้อมตบทหรือสัจจธรรม ๔ ที่ยังไม่รู้" ดังนี้. โลกุตรอินทรีย์ที่ ๒ ตรัสเรียกว่าอัญญินทรีย์ เพราะความรู้ทั่วและเพราะความเกิดพร้อมแห่งอรรถของอินทรีย์. โลกุตรอินทรีย์ที่ ๓ ตรัสเรียกว่าอัญญาตาวินทรีย์ เพราะความเกิดขึ้นและเพราะความเกิดพร้อมแห่งอรรถของอินทรีย์แก่เฉพาะพระขีณาสพผู้รู้แจ้ง ผู้มีกิจแห่งญาณในสัจจะ ๔ สำเร็จแล้ว.
ก็ชื่อว่า อรรถแห่งอินทรีย์นั่นเป็นอย่างไร. อรรถแห่งอินทรีย์มีอรรถว่าเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นใหญ่ (จอม) อรรถแห่งอินทรีย์ มีอรรถว่าอันผู้เป็นใหญ่แสดงแล้ว อรรถแห่งอินทรีย์มีอรรถว่าอันผู้เป็นใหญ่เห็นแล้ว อรรถแห่งอินทรีย์มีอรรถว่าอันผู้เป็นใหญ่ประกาศแล้ว อรรถแห่งอินทรีย์มีอรรถว่าอันบุคคลผู้เป็นใหญ่เสพแล้ว อรรถแห่งอินทรีย์แม้ทั้งหมดนั้น ย่อมสมควรตามความเหมาะสมในที่นี้.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที