เหมือนอย่างว่า ในบุรุษเหล่านั้น คนหนึ่งเห็นท่ามกลางเถาวัลย์ก่อน เขาจึงตัดในท่ามกลาง ดึงเอาส่วนท่อนบนเท่านั้นมาใช้ในการงานฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้น ย่อมทรงแสดงตั้งแต่ท่ามกลางไปจนถึงแม้สุดท้ายว่า ตสฺส ตํ เวทนํ อภินนฺทโต อภิวทโต อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต อุปฺปชฺชติ นนฺทิ ยา เวทนาสุ นนฺทิ ตทุปาทานํ ตสฺสุปาทานปจฺจยา ภโว ภวปจฺจยา ชาติ เมื่อกุมารนั้นเพลิดเพลิน บ่นถึง ติดใจเวทนานั้น ความเพลิดเพลินก็เกิดขึ้น ความเพลิดเพลินในเวทนาทั้งหลายเป็นอุปาทาน เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย จึงมีภพ เพราะภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ (เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชราและมรณะ) ๑- ดังนี้. ____________________________

๑- ม. มู. เล่ม ๑๒/ข้อ ๔๕๓/หน้า ๔๘๘ แสดงปฏิจจสมุปบาทอย่างที่ ๓

เหมือนอย่างว่า ในบุรุษเหล่านั้น คนหนึ่งเห็นปลายเถาวัลย์ก่อนเขา จึงจับปลายสาวเอามาทั้งเถาจนถึงโคนตามแนวของปลายแล้วนำไปใช้ฉันใด พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้น ย่อมทรงแสดงปฏิจจสมุปบาทตั้งแต่ข้อปลายจนถึงแม้ข้อต้นว่า ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ อิติ โข ปเนตํ ฯเปฯ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา ก็ข้อว่า ชราและมรณะมี เพราะชาติเป็นปัจจัย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะชาติเป็นปัจจัย ชราและมรณะจึงมี ในข้อนี้ เป็นอย่างนี้หรือมิใช่ (พวกภิกษุกราบทูลว่า) พระพุทธเจ้าข้า เพราะชาติเป็นปัจจัย ชราและมรณะจึงมี ในข้อนี้ มีความเป็นอย่างนี้แลว่า เพราะชาติเป็นปัจจัย จึงมีชรามรณะ ก็ข้อที่ว่า ชาติมีเพราะภพเป็นปัจจัย ดังนี้นั้นเรากล่าวแล้ว ฯลฯ

(พระผู้มีพระภาคเจ้า) ก็ข้อที่ว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขารทั้งหลาย ดังนี้นั้น เรากล่าวแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงมีสังขารทั้งหลาย ในข้อนี้ เป็นอย่างนี้ หรือมิใช่ (พวกภิกษุ) พระพุทธเจ้าข้า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงมีสังขาร ในข้อนี้ก็เป็นอย่างนี้ว่า เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงมีสังขารทั้งหลาย ๑- ดังนี้. ____________________________

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๔๓๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย”