ที่ชื่อว่าอวิชชา เพราะอรรถว่าย่อมแล่นไปในหญิงชายเป็นต้นอันไม่มีอยู่โดยปรมัตถ์ ย่อมไม่แล่นไปในธรรมมีขันธ์เป็นต้น แม้อันเป็นของมีอยู่.

อีกอย่างหนึ่ง ที่ชื่อว่าอวิชชา แม้เพราะปกปิดธรรมซึ่งอาศัยกันและกันเกิดขึ้นแห่งปฏิจจสมุปบาทด้วยอำนาจวัตถุและอารมณ์มีจักขุวิญญาณเป็นต้น ยํ ปฏิจฺจ ผลเมติ โส ปจฺจโย ผลอาศัยธรรมใดเกิดขึ้นเป็นไป เพราะเหตุนั้น ธรรมนั้นจึงชื่อว่าปัจจัย. คำว่า ปฏิจฺจ (อาศัย) ได้แก่ ไม่เว้นธรรมนั้น คือเว้นธรรมนั้นแล้วก็ไม่ปรากฏ. คำว่า เอติ๑- ได้แก่ ย่อมเกิดขึ้น และย่อมเป็นไป. อีกอย่างหนึ่ง อรรถแห่งปัจจัยมีความหมายถึงอุปการธรรม. ____________________________ ๑- คำว่า เอติ แยกมาจากบทว่า ผลเมติ.

อวิชฺชา จ สา ปจฺจโย จาติ อวิชฺชาปจฺจโย อวิชชานั้นด้วย เป็นปัจจัยด้วย เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า อวิชฺชาปจฺจโย (อวิชชาเป็นปัจจัย), เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยนั้น. สงฺขตมภิสงฺขโรนฺตีติ สงฺขารา ธรรมที่ชื่อว่าสังขารทั้งหลาย เพราะอรรถว่าย่อมปรุงแต่งสังขตธรรม.

อีกนัยหนึ่ง สังขาร มี ๒ อย่าง คือ

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๔๔๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย”