พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศอาเนญชาภิสังขาร ต่อไป.
บทว่า กุสลา เจตนา อรูปาวจรา (กุศลเจตนาเป็นอรูปาวจร) ได้แก่ กุศลเจตนาเป็นอรูปาวจร ๔.
จริงอยู่ กุศลเจตนาเป็นอรูปาวจร ๔ เหล่านี้ ตรัสเรียกว่าอาเนญชาภิสังขาร เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหว และเพราะอรรถว่าปรุงแต่งความไม่หวั่นไหว ด้วยว่าธรรม ๑๕ คือเจตนาที่เป็นกุศล วิบาก กิริยาที่เกิดแต่จตุตถฌานที่เป็นรูปาวจร ๓ ดวง เจตนาที่เป็นอรูปาวจร ๑๒ ดวง ชื่อว่าอาเนญชา เพราะอรรถว่ามั่นคง เพราะอรรถว่าไม่หวั่นไหว.
บรรดาเจตนา ๑๕ เหล่านั้น รูปาวจรกุศลเจตนา แม้เป็นสภาพไม่หวั่นไหว แต่ก็ให้เกิดรูปและอรูปที่เหมือนกับตนบ้าง ไม่เหมือนกับตนบ้าง ให้มีความหวั่นไหวบ้าง ไม่มีความหวั่นไหวบ้าง เพราะฉะนั้น จึงไม่ชื่อว่าอาเนญชาภิสังขาร ส่วนรูปาวจรวิบากเจตนาและรูปาวจรกิริยาเจตนา ย่อมปรุงแต่งวิบากไม่ได้ เพราะไม่มีวิบาก จึงชื่อว่าเป็นอาเนญชาภิสังขารไม่ได้ เจตนาที่เป็นอรูปาวจรวิบากและกิริยา ก็เป็นอาเนญชาภิสังขารไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น เจตนาเหล่านี้แม้ทั้ง ๑๑ ดวง จึงเป็นอาเนญชา (ความไม่หวั่นไหว) เท่านั้น ไม่เป็นอภิสังขาร.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที