ขอตอบว่า บุคคลผู้หลงใหลในการตาย (จุติ) ก่อน เมื่อเขาไม่ถือเอาซึ่งจุติว่า การแตกแห่งขันธ์ทั้งหลายชื่อว่ามรณะในที่ทุกแห่ง ดังนี้ ย่อมกำหนดว่า สัตว์ย่อมตาย คือการก้าวไปสู่กายอื่นของสัตว์เป็นต้น. ผู้หลงใหลในการเกิด (อุปปาตะ) เมื่อไม่ถือการเกิดว่า ความปรากฏแห่งขันธ์ทั้งหลายในที่ทั้งปวงชื่อว่าชาติ ย่อมกำหนดว่า สัตว์เกิด คือความที่สัตว์ปรากฏมีสรีระใหม่เป็นต้น. ผู้หลงใหลในสังสาร เมื่อไม่ถือ ซึ่งสังสารที่ท่านพรรณนาไว้อย่างนี้ว่า

ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ ธาตุอายตนาน จ อพฺโพจฺฉินฺนา วตฺตมานา สํสาโร ปวุจฺจติ ลำดับแห่งขันธ์ทั้งหลาย และแห่ง ธาตุอายตนะทั้งหลาย เป็นไปอยู่ไม่ขาดสาย เรียกว่า สังสาร ดังนี้.

ย่อมกำหนดเหตุเป็นต้นว่า สัตว์นี้ย่อมไปสู่โลกอื่นจากโลกนี้ ย่อมมาสู่โลกนี้จากโลกอื่น ดังนี้.

ผู้หลงใหลในลักษณะแห่งสังขารทั้งหลาย เมื่อไม่ถือเอาสภาวลักษณะ (ลักษณะแห่งความมีของตน) และสามัญลักษณะ (ลักษณะที่เสมอกัน) ของสังขารทั้งหลาย ย่อมกำหนดสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นตน โดยเป็นของเนื่องด้วยตน โดยความยั่งยืน โดยความงามและโดยความสุข.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๔๙๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย”