ด้วยเหตุนั้น บัณฑิตจึงกล่าวคาถานี้ไว้ว่า

ยถาปิ นาม ชจฺจนฺโธ นโร อปรินายโก เอกธา ยาติ มคฺเคน อุมฺมคฺเคนาปิ เอกธา ธรรมดา คนบอดแต่กำเนิด ไม่มีผู้นำไป ในกาลบางครั้ง ย่อมไปตามทาง ในกาลบางครั้ง ย่อมเดินไปนอกทาง แม้ฉันใด สํสาเร สํสรํ พาโล ตถา อปรินายโก กโรติ เอกธาปุญฺญํ อปุญฺญํปิ เอกธา คนพาล ก็ฉันนั้น เมื่อท่องเที่ยวไป ในสังสาร ไม่มีผู้แนะนำ ในกาลบางคราว ย่อมทำบุญ บางคราวก็ย่อมทำบาป. ยทา ญตฺวา จ โส ธมฺมํ สจฺจานิ อภิสเมสฺสติ ตทา อวิชฺชูปสมา อุปสนฺโต จริสฺสติ อนึ่ง เมื่อใดคนพาลนั้นรู้ธรรมแล้ว จักตรัสรู้สัจจะทั้งหลาย เมื่อนั้นเขาจักเข้าไป สงบ เพราะอวิชชาสงบแล้ว เที่ยวไป ดังนี้.

นี้เป็นกถาพิสดารในบทว่า อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา แล. นิเทศอวิชชาเป็นปัจจัย จบ. .. อรรถกถา วิภังคปกรณ์ ปัจจยาการวิภังค์ สุตตันตภาชนีย์ อ่านอรรถกถาหน้าต่างที่

ว่าด้วยนิเทศสังขารเป็นปัจจัยแก่วิญญาณ

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๔๙๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย”