ก็อาเนญชาภิสังขารเป็นปัจจัยเหมือนกันนั่นแหละแก่วิปากวิญญาณ ๔ ดวงทั้งในปวัตติกาล ทั้งในปฏิสนธิกาล ในอรูปภพ. ว่าด้วยกายสังขาร ๒๐ ดวงเป็นปัจจัย๑- ____________________________ ๑- ได้แก่ มหากุศลเจตนา ๘ ดวง อกุศลเจตนา ๑๒ ดวง.

อนึ่ง ว่าโดยกุศลและอกุศลในกามาพจร กายสังขารจำแนกโดยเจตนาทั้ง ๒๐ ดวง โดยสัพพสังคาหิกนัย เป็นปัจจัย ๒ อย่าง คือด้วยกรรมปัจจัยที่เกิดต่างขณะกัน และด้วยอุปนิสสยปัจจัย ในปฏิสนธิกาล แก่วิปากวิญญาณ ๑๐ ดวงในกามภพ กายสังขารนั้นนั่นแหละเป็นปัจจัยอย่างนั้นเหมือนกันในปวัตติกาล มิใช่ในปฏิสนธิกาล แก่วิปากวิญญาณ ๑๓ ดวงในกามภพ แก่วิปากวิญญาณ ๙ ดวงในรูปภพ. กายสังขารนั้นนั่นแหละ เป็นปัจจัยเหมือนอย่างนั้นทั้งในปวัตติกาล ทั้งในปฏิสนธิกาล แก่วิปากวิญญาณ ๒๓ ดวงในกามภพ. แม้ในวจีสังขาร ก็นัยนี้เหมือนกัน. ว่าด้วยจิตตสังขาร ๒๙ ดวงเป็นปัจจัย

ส่วนจิตตสังขารที่จำแนกด้วยเจตนา ๒๙ ดวงเป็นปัจจัยเหมือนอย่างนั้นแหละในปฏิสนธิกาล มิใช่ในปวัตติกาล แก่วิปากวิญญาณ ๑๙ ดวงในภพทั้ง ๓ จิตตสังขารนั้นแหละเป็นปัจจัยในปวัตติกาลมิใช่ปฏิสนธิกาล แก่วิปากวิญญาณ ๒๒ ดวง คือแก่วิปากวิญญาณ ๑๓ ดวงในกามภพ และแก่วิปากวิญญาณ ๙ ดวงในรูปภพ ตามที่กล่าวมาแล้วในภพทั้งสอง อนึ่ง จิตตสังขารนั้นเป็นปัจจัยอย่างนั้นแหละทั้งในปวัตติกาลและปฏิสนธิกาล แก่วิปากวิญญาณ ๓๒ ดวง ในภพ ๓.

บัณฑิตพึงเข้าใจสังขารเหล่านั้นว่า เป็นปัจจัยแก่วิญญาณเหล่าใดและเป็นปัจจัยโดยประการใดนั้น ด้วยอำนาจแห่งปฏิสนธิกาลและปวัตติกาลในภพทั้งหลายอย่างนี้ก่อน.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๕๓๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย”