ว่าด้วยนิเทศสฬายตนะ (บาลีข้อ ๒๖๐)

พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศสฬายตนะเกิดเพราะนามรูปเป็นปัจจัยต่อไป.

นามํ ขนฺธตฺตยํ รูปํ ภูตวตฺถาทิกํ มตํ กเตกเสสํ ตนฺตสฺส ตาทิสสฺเสว ปจฺจโย นามคือ ขันธ์ ๓ รูป ได้แก่ รูปที่ กล่าวว่า ภูตะ และวัตถุเป็นต้น นามรูปนั้น ท่านทำเอกเสสนัยว่าเป็นปัจจัยแก่สฬายตนะ นั้นเช่นนั้นแล.

จริงอยู่ ในนามรูปที่เป็นปัจจัยแก่สฬายตนะนั้น ขันธ์ ๓ มีเวทนาเป็นต้น ชื่อว่านาม. ส่วนรูปที่นับเนื่องด้วยสันตติของตน พึงทราบว่า ท่านเรียกว่า ภูตะและวัตถุ โดยกำหนดอย่างนี้ คือภูตรูป ๔ วัตถุรูป ๖ และชีวิตินทรีย์. ก็นามรูปนั้น ท่านทำเอกเสสนัยไว้อย่างนี้ว่า นามด้วย รูปด้วย นามรูปด้วย ชื่อว่านามรูป. นามรูปนั้น พึงทราบว่า เป็นปัจจัยแก่สฬายตนะที่ท่านทำเอกเสสนัยอย่างนั้นแหละ ด้วยลักษณะอย่างนี้ว่า ฉฏฺฐายตนญฺจ สฬายตนญฺจ สฬายตนํ (อายตนะที่ ๖ ด้วย อายตนะ ๖ ด้วยชื่อว่า สฬายตนะ) ดังนี้ เพราะเหตุไร? เพราะในอรูปภพ นามอย่างเดียวเป็นปัจจัย และนามนั้นก็เป็นปัจจัยแก่อายตนะที่ ๖ เท่านั้น ไม่เป็นปัจจัยแก่อายตนะอื่น เพราะในอัพยากตวาระ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า นามปจฺจยา ฉฏฺฐายตนํ (อายตนะที่ ๖ เกิดเพราะนามเป็นปัจจัย) ดังนี้ ก็นามที่ทรงสงเคราะห์ไว้ในที่นี้ พึงทราบว่าทรงจำแนกไว้ในอัพยากตวาระนั้นแล. ๑- ____________________________ ๑- อภิ. วิ. เล่ม ๓๕/ข้อ ๓๗๙/หน้า ๒๓๕.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๕๕๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย”