คำว่า ตตฺถ กตโม กมฺมภโว (ในภพ ๒ นั้น กรรมภพเป็นไฉน) ความว่า บรรดาภพทั้ง ๒ นั้น กรรมภพที่ตรัสแล้วนั้นเป็นไฉน. ปุญญาภิสังขารเป็นต้น มีเนื้อความตามที่กล่าวแล้วนั่นแล.

บทว่า สพฺพํ (ทั้งปวง) ได้แก่ ไม่มีส่วนเหลือ.

กรรมที่ชื่อว่า ภวคามี เพราะอรรถว่าย่อมไป คือย่อมให้สัตว์ถึงภพ ด้วยบทว่ากรรมเป็นเหตุให้ถึงภพนี้ ท่านปฏิเสธโลกุตระ เพราะกถานี้ เป็นวัฏฏกถา (กถาที่แสดงถึงวัฏฏะ) ก็โลกุตระนั้นท่านกล่าวว่า เป็นธรรมอาศัยวิวัฏฏะ.

ที่ชื่อว่ากรรม เพราะอรรถว่าเป็นสิ่งที่เขาทำ. บรรดากามภพเป็นต้น ภพกล่าวคือกาม ชื่อว่ากามภพ. ในรูปภพและอรูปภพก็นัยนี้. ที่ชื่อว่าสัญญาภพ เพราะอรรถว่าเป็นภพของเหล่าสัตว์ผู้มีสัญญา หรือสัญญามีอยู่ในภพนี้. ที่ชื่อว่าอสัญญาภพ โดยปริยายที่ต่างกัน. ที่ชื่อว่าเนวสัญญานาสัญญาภพ ด้วยอรรถว่ามีสัญญาก็ไม่ใช่ไม่มีก็ไม่ใช่ เพราะไม่มีสัญญาหยาบ และเพราะมีสัญญาละเอียดในภพนี้. ภพที่เกลื่อนกล่นด้วยรูปขันธ์อย่างเดียว ชื่อว่าเอกโวการภพ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าโวการภพ เพราะอรรถว่าภพนี้มีขันธ์เดียว. ในจตุโวการภพและปัญจโวการภพก็นัยนี้.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๕๙๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย”