บทว่า อยํ วุจฺจติ อุปฺปตฺติภโว (นี้เรียกว่าอุปปัตติภพ) ได้แก่ ภพนี้ทั้ง ๙ อย่าง ตรัสเรียกชื่อว่าอุปปัตติภพแล. พึงทราบวินิจฉัยโดยอรรถในอธิการนี้อย่างนี้ก่อน.

ส่วนข้อวินิจฉัยโดยธรรม ก็ในนิเทศนี้ ว่าโดยธรรม ปุญญาภิสังขาร ได้แก่ เจตนา ๑๓ ดวง. อปุญญาภิสังขาร ได้แก่ เจตนา ๑๒ ดวง. อาเนญชาภิสังขาร ได้แก่ เจตนา ๔ ดวง.

ด้วยบทว่า สพฺพมฺปิ ภวคามิกมฺมํ (กรรมที่เป็นเหตุให้ไปสู่ภพทั้งหมด) นี้ ทรงสงเคราะห์ธรรมเหล่านี้แม้ทั้งหมดที่สัมปยุตด้วยเจตนา หรือธรรมที่เป็นอาจยคามี กล่าวคือกรรมเข้าด้วย. อธิบายว่า ทรงสงเคราะห์อุปาทินนขันธ์ ๕ ที่เป็นกามภพ รูปภพก็เหมือนกัน ขันธ์ ๔ ที่เป็นอรูปภพขันธ์ ๔ และ ๕ ที่เป็นสัญญาภพ อุปาทินนขันธ์หนึ่งที่เป็นอสัญญาภพ ขันธ์ ๔ ที่เป็นเนวสัญญานาสัญญาภพ ขันธ์ ๑ ขันธ์ ๔ ขันธ์ ๕ ที่เป็นเอกโวการภพเป็นต้น ด้วยอุปาทินนขันธ์ทั้งหลายแล.

พึงทราบวินิจฉัยแม้โดยธรรมในนิเทศนี้ด้วยประการฉะนี้.

เล่มที่ ๓๕ วิภังค์๕๙๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “สังขารเกิดเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย”