ภวจักรนี้นั้น เพราะเหตุทั้งหลายมีอวิชชาเป็นต้นเป็นปัจจัยแก่ธรรมมีสังขารเป็นต้น ฉะนั้น จึงเว้นจากผู้สร้างสังสารนอกจากอวิชชาเป็นต้นนั้น เช่นพรหมเป็นต้นที่เขาคาดคะเนเอาอย่างนี้ว่า "พรหม มหาพรหมเป็นผู้ประเสริฐสุด เป็นผู้จัดสรร" ดังนี้ หรือว่า เว้นจากอัตตาผู้เสวยสุขและทุกข์ที่เขาสมมติกันอย่างนี้ว่า "ก็อัตตาของเรานี้แลเป็นผู้กล่าวเป็นผู้เสวย" บัณฑิตพึงทราบว่า "เว้นจากผู้สร้างและผู้เสวย" ด้วยประการฉะนี้.
อนึ่ง เพราะในภวจักรนี้ อวิชชาชื่อว่าว่างจากความยั่งยืน เพราะเป็นธรรมเกิดขึ้นและมีเสื่อมไปเป็นธรรมดา ชื่อว่าว่างจากความงาม เพราะเป็นธรรมเศร้าหมองและเพราะประกอบด้วยสังกิเลส ชื่อว่าว่างจากความสุข เพราะถูกความเกิดและความเสื่อมบีบคั้น ชื่อว่าว่างจากอัตภาพผู้ครองอำนาจ เพราะมีความเป็นไปเนื่องด้วยปัจจัย. องค์ทั้งหลายแม้มีสังขารเป็นต้นก็เหมือนกัน.
อีกนัยหนึ่ง เพราะอวิชชาไม่ใช่อัตตา ไม่ใช่ของอัตตา ไม่ใช่มีในอัตตา ไม่ใช่มีอัตตา องค์ทั้งหลายแม้มีสังขารเป็นต้นก็เหมือนกัน ฉะนั้น พึงทราบว่า ภวจักรนี้ว่างเปล่าโดยความว่าง ๑๒ อย่างด้วยประการฉะนี้.
ก็ครั้นทราบอย่างนี้แล้ว พึงทราบอีกว่า
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที